การกระทำแบบไหนที่ถือเป็นการกระทำผิดฐาน กระทำชำเรา

คดีความเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศหรือการกระทำชำเรา ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามหน้าข่าวได้บ่อย ไม่น้อยไปกว่าคดีการทำร้ายร่างกายหรือคดีลักทรัพย์เลยทีเดียว มันจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ทางสังคมที่คนส่วนใหญ่ให้การรณรงค์ รวมไปถึงการส่งเสริมให้มีการเพิ่มโทษทางกฎหมายให้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยหวังว่าจะเป็นตัวช่วยกระตุ้นย้ำเตือนผู้ที่กำลังหลงผิด และคิดจะกระทำให้ยับยั้งชั่งใจตนเองและกลับไปดำเนินชีวิตในแบบที่ถูกต้อง

กระทำชำเราคืออะไร

กระทำชำเรา มีความหมายตามที่กฎหมายไทยได้ระบุไว้ว่า คือการกระทำที่ทำเพื่อสนองความใคร่ของผู้กระทำ โดยอาศัยการใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำ กระทำกับ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือช่องปากของผู้อื่นที่ถูกกระทำ รวมถึงการใช้สิ่งอื่นใด นอกจากใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำนำไปกระทำกับ อวัยวะเพศ หรือทวารหนักของผู้ถูกกระทำ

แบบใดจึงเรียกว่ากระทำชำเรา

การใช้อวัยวะเพศของผู้กระทำ ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของผู้ถูกกระทำ การนำอวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปในทวารหนัก หรือการนำอวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปในช่องปากของผู้ถูกกระทำ ซึ่งรวมไปถึงการใช้อวัยวะเทียมหรือสิ่งของที่มีมีลักษณะยาวและนิ้วมือ ซึ่งหากมีการล่วงล้ำสอดเข้าไปในอวัยวะเพศหรือทวารหนักของผู้อื่นจริง จะถือเป็นการกระทำชำเราทั้งหมด

กรณีของการพยายามกระทำชำเรา

ในกรณีที่ผู้กระทำใช้อวัยวะเพศของตัวเองถูไถ อวัยวะเพศของผู้อื่น โดยอวัยวะเพศของผู้กระทำนั้นมิได้ล่วงล้ำสอดเข้าไปในอวัยวะเพศของอีกฝ่าย หรือไม่สามารถนำอวัยวะเพศล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของอีกฝ่ายได้ โดยในกรณีการกระทำระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิงอันมีสาเหตุอันเนื่องมาจากอวัยวะเพศของฝ่ายชาย ไม่แข็งตัว เล็ก รวมไปถึงประเด็นการใช้ลิ้นเลียอวัยวะเพศของผู้หญิง ซึ่งหากไม่ปรากฏว่ามีการใช้ลิ้นล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของฝ่ายหญิง การกระทำเหล่านี้ของผู้เป็นเพศชาย จะไม่ถือว่าเข้าข่ายการกระทำชำเรา แต่จะเข้าข่ายการพยายามกระทำชำเราแทน

ตามข้อบัญญัติทางกฎหมายที่ระบุไว้ไม่ได้กำหนดว่า ผู้กระทำต้องเป็นเพศชายอยู่ฝ่ายเดียวเนื่องจากเป็นการใช้คำ “ผู้ใด” กับ “ผู้อื่น” เพราะฉะนั้นผู้ที่กระทำผิดจึงนับรวมได้ทั้งเพศหญิงหรือเพศทางเลือก
นอกจากนี้แม้ว่าผู้กระทำและผู้ถูกกระทำจะเป็น สามี-ภรรยา กันหากมีการข่มขืนกระทำชำเราโดยมีอีกฝ่ายหนึ่งไม่ยินยอม ก็ถือเป็นความผิดที่สามารถเอาความได้ตามกฎหมาย เช่นกัน ดังนั้นการกระทำชำเราจะครอบคลุมการคุ้มครองทางกฏหมายในวงกว้างอันหมายถึงบุคคลทุกคนย่อมมีสิทธิสงวนร่างกายของตนโดยไม่อาจมีใครผู้ใดอ้างเป็นเจ้าของหรือขืนใจร่างกายของอีกคนได้