การร้องศาลเพื่อเรียกบุตรคืน

ปัญหาการแย่งสิทธิการเลี้ยงดูบุตร ยังคงเป็นเรื่องที่มีข้อพิพาทเกิดขึ้นกันอยู่บ่อย ๆ ซึ่งในเรื่องราวเหล่านี้มักจะมีรายละเอียดที่ซับซ้อน มีความเป็นมาที่แตกต่างกันตามกรณีหลากหลายของผู้คน ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่สร้างข้อสงสัยและให้ศาลตัดสินกันอยู่เสมอ อันเนื่องมาจากต่างฝ่ายต่างเชื่อมั่นว่าตนเองนั้นมีสิทธิ

แต่แท้จริงแล้วสิทธิในการปกครองบุตรในกรณีที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส สิทธินั้นจะเป็นของมารดาผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งหากมีพฤติการณ์ที่บิดามีการหน่วงเหนี่ยวตัวบุตรเอาไว้ ไม่ยอมคืนแก่มารดา ตัวมารดานั้นก็จะสามารถมีสิทธิในการฟ้องร้องเอาความตามกฎหมาย เพื่อเรียกตัวบุตรคืนจากบิดาได้

ทั้งนี้ในกรณีที่เกิดขึ้นได้บ่อยนั่นก็คือ กรณีบิดามีการอ้างว่าตนเองนั้นมีกำลังทรัพย์ในการดูแลบุตรได้ดีกว่าผู้เป็นมารดา ซึ่งนั่นมักเป็นความเข้าใจโดยทั่วไปตามแต่ที่คิดกันเอง แต่ในทางกฎหมายนั้นจะไม่สามารถอ้างเหตุผลนี้ได้เลย เพราะมารดาจะเป็นผู้มีสิทธิโดยชอบธรรมตามกฎหมายทุกประการที่จะเป็นผู้ปกครองบุตร หรือบางกรณีผู้เป็นบิดาบางคนมีความเข้าใจว่าตนเองได้เคยจดทะเบียนรับรองบุตรเอาไว้แล้ว ก็มักทำให้เข้าใจผิดว่าสิทธิในการปกครองบุตรเป็นของตน ซึ่งข้ออ้างนี้ก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน ตราบใดที่ไม่ได้มีการจดทะเบียนสมรส ย่อมถือว่าเป็นบิดาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และจะไม่มีสิทธิ์ใด ๆ ในตัวบุตร ซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากคำพิพากษาฎีกาที่ 16395/2557 เป็นต้น

และหากมีการกักตัวบุตรไว้โดยมิชอบ ศาลก็จะมีการบังคับให้จำเลยจะต้องคืนผู้เยาว์แก่ตัวผู้ฟ้องร้อง ซึ่งก็คือมารดา โดยอาศัยอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา 1567 วงเล็บ 1 และวงเล็บ 4 ที่ให้อำนาจแก่มารดาเป็นผู้ที่สามารถกำหนดที่อยู่ของบุตรได้

อย่างไรก็ตามแม้ว่าฝ่ายมารดาจะเป็นผู้ชนะคดีแล้ว การจะไปรับตัวบุตรมาได้นั้นจะต้องไปรับพร้อมกับเจ้าหน้าที่บังคับคดี ซึ่งระหว่างขั้นตอนนี้หากบุตรไม่ยอมมา อันเนื่องมาจากมีความรู้สึกที่ดีมีความผูกพันกับบิดาหรือครอบครัวของบิดา กรณีนี้เจ้าพนักงานบังคับคดีก็ไม่สามารถบังคับเด็กได้เช่นกัน ซึ่งการใช้วิธียื้อแย่งหรือกระชากตัวเด็ก ถือเป็นวิธีที่มีความผิดได้ แม้การกระทำนั้นจะทำไปเพื่อแย่งกลับมาก็ตาม ซึ่งจะต้องขอให้ศาลออกหมายเรียกตัวความ และเด็กมาสอบถามเสียก่อน และหากเป็นกรณีที่ผู้เป็นบิดามีการจดทะเบียนสมรสกัน และเป็นบิดาโดยชอบตามกฎหมาย กรณีนี้ศาลอาจตัดสินให้อยู่กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ อีกทั้งอาจจะเลือกให้ใช้อำนาจปกครองร่วมกัน แบ่งเวลาดูแลลูกตามสมควร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *