ความน่าสนใจของกฎหมายต่างประเทศ ในคดีครอบครัว

คดีความเกี่ยวกับครอบครัวถือเป็นหลักพื้นฐานทางนิติธรรม ที่จะต้องมีระบุไว้ในแต่ละประเทศเป็นสำคัญ อีกทั้งยังเป็นคดีความที่มักมีการฟ้องร้องขึ้นอยู่เป็นประจำ ซึ่งเนื้อหาข้อกฎหมายในแต่ละประเทศนั้นก็มักจะมีจุดร่วมที่อิงตามหลักสากลเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมนุษยธรรมและความรับผิดชอบ ความมีจริยธรรมและศีลธรรม การไม่คบชู้ การไม่ทอดทิ้งบุตร และการไม่ทำร้ายร่างกายคู่ครอง

อย่างไรก็ตามเนื้อหาของกฎหมาย เกี่ยวกับคดีความของครอบครัวในแต่ละประเทศนั้นก็อาจจะมีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง เพราะในแต่ละวิถีประเพณี และวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของแต่ละประเทศ ก็ย่อมที่จะมีความเป็นมาอันแตกต่างกัน ซึ่งตัวอย่างเนื้อหาในต่างประเทศ ที่น่าสนใจนั้นจะมีดังต่อไปนี้

ประเทศสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ มีการกำหนดกฎหมายครอบครัว ในเรื่องที่ว่าด้วยคู่สมรสคนใดคนหนึ่งมีชู้ อีกทั้งยังมีความคุ้มครองทางกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของพฤติกรรมส่วนตัว ของคู่สมรส อันนำมาซึ่งสาเหตุที่กดดันให้อีกฝ่ายไม่อาจจะอยู่ร่วมต่อกันได้ต่อไป เช่นเป็นผู้ประพฤติผิด เสพยาเสพติด งานการไม่ทำไม่ช่วยค่าใช้จ่ายของครอบครัว หรือเป็นผู้ที่ชอบใช้กำลังและความรุนแรงในครอบครัวเป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีข้อกฎหมายที่ว่าด้วยเรื่องของการถูกทอดทิ้ง เป็นระยะเวลา 2 ปี ที่ผู้ทอดทิ้งจะต้องถูกฟ้องร้องและรับผิดชอบความเสียหาย อีกทั้งยังมีข้อกฎหมายในเรื่องของภาวะการแยกกันอยู่เป็นระยะเวลา 2 ปี และอีกฝ่ายมีความยินยอมในการหย่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการไม่ยอมให้เกิดการอย่า ทั้งที่มีการแยกกันอยู่เป็นเวลา 5 ปี อันประเทศนี้จะมีข้อกฎหมายที่จะเข้ามาช่วยจัดการเรื่องราวเหล่านี้ได้โดยละเอียด
ในขณะที่ข้อกฎหมายของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีกฎหมายว่าด้วยการทอดทิ้งบุตร หากมารดาของบุตรนอกสมรส มีพยานหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าผู้ใดคือบิดา ผู้นั้นจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของบุตรนั้นทั้งหมดหรือบางส่วน จนกว่าบุตรนอกสมรสนั้นจะมีอายุครบ 18 ปี

บุตรนอกสมรสนั้นจะอยู่ในสิทธิครอบครองของมารดา บิดาของบุตรนอกสมรสจะต้องการมีอำนาจปกครองบุตรได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับความยินยอมจากมารดาเท่านั้น ซึ่งกฎหมายในข้อนี้นั้นมีข้อดีก็คือสามารถป้องกันเหตุซึ่งผู้เป็นบิดา หากมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ต้องการนำตัวบุตรนอกสมรสไปเลี้ยงดูไว้เองโดยลับหูลับตาผู้เป็นมารดา หมายจะคาดหวังว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการส่งเสียเลี้ยงดู

ซึ่งพฤติการณ์นี้สุ่มเสี่ยงที่บุตรนั้น อาจจะถูกบิดาปล่อยปละละเลย เลี้ยงดูอย่างถูกรังแก หรือมีความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสมแก่อัตภาพกฎหมาย การมีกฏหมายข้อนี้ก็จะสามารถให้ความเป็นธรรมแก่ชีวิตของบุตรนั้น และให้ความเป็นธรรมแก่มารดาของบุตรนอกสมรสนั้นได้