ความสำคัญของการครองคู่ ว่าด้วยเรื่องสินสอดของหมั้น

เป็นเรื่องปกติของประเพณีการแต่งงาน ที่ฝ่ายเจ้าบ่าวจะต้องนำสินสอดมามอบให้แก่ทางฝั่งเจ้าสาว เพื่อเป็นการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจของเจ้าบ่าว มีความพยายามและให้ความสำคัญกับตัวเจ้าสาวจริง ซึ่งบางคนอาจให้ความหมายของการให้สินสอดว่า เป็นการประเมินมูลค่าตัวเจ้าสาวและเป็นการตอบแทน ที่พ่อแม่ของฝั่งนั้นยอมยกลูกสาวให้ นอกจากตอนนี้ยังต้องมีของหมั้นเพื่อเป็นสิ่งรับประกันว่าผู้ชายคนนั้น จะแต่งงานกับลูกสาวของทางครอบครัวจริง

โดยส่วนใหญ่แล้วของที่ใช้หมั้นนั้น จะใช้เป็นแหวน หรือสร้อยทอง ขณะที่สินสอดมักจะเป็น เงินสด ทองคำ หรือ บ้าน แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่มีอะไรมาจำกัดว่าของหมั้นและของสินสอดจะต้องเป็นสิ่งใด

ของหมั้น

ของหมั้น เป็นของที่ใช้กันตามตามประเพณีที่มีมาอย่างช้านาน ขณะที่กฎหมายไทยก็ไม่ได้เข้ามาแทรกแซงอะไรในส่วนนี้มากนัก เพราะฉะนั้นจึงมิได้จำกัดว่าจะต้องใช้ของสิ่งใดมาเป็นสินสอด แต่จะเข้ามาแทรกแซงในด้านความถูกต้องของบุคคลแทน คือ

  • เมื่อชายหมั้นหญิงฝ่ายชายจะต้องมอบสิ่งที่มีมูลค่าให้ เช่น แก้ว แหวน เงิน ทอง พันธบัตร ใบหุ้น ที่ดิน หรือ รถยนต์เป็นต้น โดยเมื่อมอบแล้วของหมั้นนั้นตกเป็นสิทธิแก่หญิงทันทีที่หมั้นกัน รวมถึงยังตกเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายหญิงเมื่อแต่งงานแล้ว
  • ชายและหญิงที่จะหมั้นและแต่งงานกัน จะต้องมีอายุ 17 ปีขึ้นไป ในกรณีที่มีอายุ 17 – 20 ปี จะต้องได้รับความยินยอมจากพ่อแม่ หรือผู้ปกครองก่อน

สินสอด

เป็นทรัพย์สินที่ฝ่ายชายจะมอบให้แก่ครอบครัวของทางฝ่ายหญิง เพื่อเป็นการตอบแทนที่ยอมให้สมรสด้วย โดยสินสอดจะตกเป็นของพ่อแม่ฝ่ายหญิงทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการสมรสกันก่อน แต่ในกรณีที่มีเหตุใดก็ตาม ที่ทำให้การสมรสไม่เกิดขึ้นหรือพฤติการณ์ที่ฝ่ายหญิงต้องรับผิดชอบ ทางฝั่งครอบครัวเจ้าสาวจะต้องคืนสินสอดทั้งหมดให้ฝ่ายชาย

หมายเหตุ

กรณีที่หย่าร้างกันภายหลังจากการสมรส จะไม่ต้องคืนสินสอดให้กับฝ่ายชาย

กระบวนการทางกฎหมายที่ต้องดำเนิน

คู่สมรสต้องมีเจตนาไปจดทะเบียน สินสอด ของหมั้น เพราะถ้าหากคู่สมรสไม่มีเจตนาจะไปจดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมาย ก็จะไม่นับทรัพย์สินเหล่านั้นว่าเป็นสินสอดของหมั้นตามกฎหมาย ซึ่งฝ่ายชายจะเรียกคืนไม่ได้
การเลิกสัญญาหมั้นมีด้วยกันทั้งหมด 3 กรณี คือ

  1. ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจเลิกลากัน (ทางวาจาก็นับ) หลังจากนั้นฝ่ายหญิงต้องคืนของหมั้นและสินสอดให้กับฝ่ายชาย
  2. .ฝ่ายหนึ่งบอกเลิก อันมีสาเหตุมาจากรู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่สมควรสมรสด้วย
  3. ฝ่ายหญิงถึงแก่ความตาย ฝ่ายชายเรียกของหมั้นและสินสอดคืนไม่ได้