คดีความผิดฐานยักยอกทรัพย์ มีอายุความนานเท่าไหร่

คดียักยอกทรัพย์ถือเป็นคดีความที่เกิดขึ้นมากที่สุด ในบรรดาประเภทคดีความทั้งหมด เพราะเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ง่ายและใกล้ตัวมาก ซึ่งถ้าหากเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวคุณ ก็ควรที่จะรีบแจ้งความไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คดีหมดอายุความและถูกยกฟ้อง โดยควรแจ้งความหรือฟ้องร้องดำเนินคดีกับคู่กรณีหรือผู้กระทำผิดนับตั้งแต่วันที่คุณรับรู้ หรือทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในระยะเวลา 3 เดือน

แต่อย่างไรก็ตามคดีที่เกี่ยวข้องกับการยักยอกทรัพย์ สามารถยอมความกันได้หากคู่กรณีทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นคดีความที่สามารถยอมความได้ จะต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งประกอบไปด้วย คดี ยักยอกทรัพย์ ฉ้อโกงทรัพย์ ทำให้เสียทรัพย์ โกงเจ้าหนี้ บุกรุก หมิ่นประมาท พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 เป็นต้น

ตัวอย่างคดีความผิดตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12675/2558

ความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่รับรู้ความผิด และรู้ตัวผู้กระทำความผิด ซึ่งหากร้องทุกข์ช้ากว่าระยะเวลาที่กำหนด จะถือเป็นการขาดอายุความ ตาม ป.อ. มาตรา 96

โดยในคดีนี้ข้อเท็จจริงปรากฏตามคำเบิกความของโจทก์ร่วมที่ได้ระบุว่า ในวันที่ 10 มกราคม 2555 จำเลยได้ยอมรับกับโจทก์ร่วมว่าได้ยักยอกทรัพย์ อันเป็นเงินขายสินค้าของโจทก์ร่วมไปจริง เท่ากับว่าโจทก์ได้รับรู้ความผิด และผู้กระทำความผิดแล้วตั้งแต่วันนั้นแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่โจทก์ร่วมสามารถให้โอกาสให้จำเลยนำเงินจำนวนที่เอาไปจริงมาชดใช้คืน และจะตรวจสอบบัญชีซ้ำอีกครั้งเพื่อทราบยอดเงินที่สูญหายไป พร้อมกับแจ้งอีกครั้งเพื่อเป็นการยืนยันดังข้อที่อ้างไป

และเนื่องจากในฐานะที่เคยเป็นลูกจ้างของตนมาก่อนนั้น จึงไม่ทำให้สิทธิในการร้องทุกข์ของโจทก์ร่วมขยายออกไป แต่เมื่อโจทก์ร่วมพึ่งไปร้องทุกข์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ซึ่งเลยกำหนดระยะเวลา 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2555 อันเป็นวันที่โจทก์รับรู้ความผิด และผู้กระทำความผิด คดีของโจทก์และโจทก์ร่วม ในความผิดฐานยักยอก จึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์และโจทก์ร่วมย่อมระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (6) พนักงานอัยการโจทก์ จึงไม่มีสิทธิเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนโจทก์ร่วมได้นั่นเอง

จากคดีความตัวอย่างถือเป็นบทเรียนสำคัญ ที่ต้องจำไว้ว่าเรื่องเวลาในการฟ้องร้องเป็นเรื่องที่ละเลยประวิงนานเกินไปไม่ได้ หากใครที่กำลังเผชิญหรือพบเจอกับปัญหานี้ขึ้น ก็ควรรีบเข้าแจ้งความหรือร้องทุกข์ให้เท่าทันเวลา เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของตนอันมีกฎหมายคอยคุ้มครองและสนับสนุน ซึ่งสามารถทำได้โดยชอบธรรม