การฟ้องร้อง ในกรณีที่ลูกหนี้ต้องการสู้คดี

การฟ้องร้องกันในข้อกฎหมายเกี่ยวกับคดีความหนี้สิน บางครั้งความไม่เป็นธรรมอาจเกิดขึ้นได้กับทางฝั่งของลูกหนี้ก็ได้นอกเหนือจากฝ่ายเจ้าหนี้ อันก่อให้เกิดคำถามต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องสงสัยเกี่ยวกับเรื่องของข้อต่อสู้คดีลูกหนี้ ซึ่งเรามีตัวอย่างการต่อสู้คดีมานำเสนอเป็นแนวทางดังนี้

กรณีที่หนี้มีระยะเวลาที่ขาดอายุความ กรณีนี้แม้ว่าทางฝ่ายลูกหนี้จะไม่ได้นำประเด็นของการขาดอายุความมาเป็นข้อต่อสู้ก็ตาม แต่ในกระบวนการทางศาลเมื่อตรวจสอบพบว่าหนี้ตามฟ้องของโจทก์มีลักษณะขาดอายุความ ก็จะถูกถือว่าเป็นหนี้ที่ไม่มีสิทธิจะได้รับการชำระหนี้ อันเป็นไปตามข้อกฎหมายมาตรา 94 วงเล็บหนึ่ง อันจะส่งผลให้ศาลทำการพิพากษายกฟ้องจำเลย

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 71/ 2522

ซึ่งเป็นกรณีที่ทางฝ่ายโจทก์และจำเลย ได้มีการว่าจ้างทำของเกี่ยวกับการโฆษณาสินค้าและภาพยนตร์ โดยหนี้ที่เกิดจากกรณีนี้จะมีอายุความสามารถฟ้องร้องได้ ภายในขอบเขตสองปีเท่านั้นอันจะเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตรา 165 วงเล็บหนึ่งวงเล็บเดิม อีกทั้งกรณีที่โจทก์ต้องการจะฟ้องให้ลูกหนี้ล้มละลายตามมาตรา 14 ศาลก็จะถือว่าหนี้รายนี้มีการขาดอายุความไปแล้วจึงพิพากษายกฟ้อง

ตัวอย่างที่สอง

กรณีที่ลูกหนี้มีทรัพย์สินอยู่ในปริมาณที่เพียงพอ ดังนั้นจึงไม่สมควรที่จะพิพากษาว่าเป็นบุคคลล้มละลาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1885 / 2542

หลังจากที่โจทก์ได้ยื่นฟ้องเพื่อบังคับคดีต่อจำเลยแล้ว ในฝั่งของจำเลยได้มีการผ่อนชำระเงินให้แก่โจทก์อย่างสม่ำเสมอเป็นระยะเวลานานต่อเนื่องถึง 13 ครั้ง ด้วยลักษณะดังนี้บ่งบอกได้ถึงพฤติกรรมที่มีการขวนขวายรวบรวมเงินมีความจริงใจ ที่จะชำระหนี้อันถือว่ามิได้ฝ่าฝืนละเลยการปฏิบัติตามคำพิพากษา แต่การที่ โจทก์จะทำการฟ้องล้มละลายแก่ลูกหนี้นั้น มิใช่ถือว่ามีสถานะความเป็นลูกหนี้แล้วจะกลายเป็นบุคคลล้มละลายเสมอไปก็หาไม่

อีกทั้งความเป็นหนี้นั้นยังมีสาเหตุมาจากการค้าขายขาดทุน อันมิใช่การก่อหนี้โดยทุจริตหรือประพฤติตนเหลวไหล อย่างเช่นนำเงินไปเล่นการพนันเป็นต้น อีกทั้งจำเลยยังไม่ได้มีหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นอีก หากจะต้องพิจารณา ให้จำเลยกลายเป็นบุคคลล้มละลายแล้ว จำเลยจะต้องขาดสภาพที่จะหาเงินมาชำระหนี้ อีกทั้งยังจะก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ครอบครัวอีกด้วย ซึ่งหากดูจากการที่จำเลยมีการประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีความแน่นอน ก็สามารถอาศัยภาวะรายได้ตามเศรษฐกิจมาชำระหนี้ให้แก่โจทก์บางส่วนได้ อันถือว่ายังมีความสามารถในการสร้างโอกาสที่จะนำเงินมาชำระหนี้ ดังนั้นจึงไม่ควรให้จำเลยต้องตกเป็นบุคคลล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย 2483 มาตราหนึ่งสี่