คดีความเกี่ยวกับ เช็ค

การประกอบธุรกิจที่ต้องมีเรื่องของเครดิต หรือการซื้อขายสินค้าที่มียอดชำระจำนวนสูง การจ่ายเป็นเช็คจะกลายเป็นเรื่องที่สะดวก และต้องพบเจออยู่เสมอในโลกของการค้า โดยการชำระเป็นเช็คนอกจากจะให้ความสะดวกคล่องตัวแล้ว ยังให้ข้อดีในเรื่องของความเป็นระบบ รวมไปถึงความยืดหยุ่นทางการเงิน ซึ่งเช็คยังมีข้อดีที่สามารถลงวันที่สั่งจ่ายหรือไม่ต้องลงวันที่สั่งจ่ายก็สามารถจะทำได้ไม่ว่าจะแบบใด แต่ทั้งนี้ก็อาจจะมีเรื่องของปัญหาทางกฎหมายเกิดขึ้น สำหรับกรณีที่ผู้นำเช็คไปขึ้นเงินแต่กลับถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินเช็ค ซึ่งลักษณะนี้จะนิยมเรียกกันว่าเช็คเด้งนั่นเอง

และผู้ทรงเช็คก็จะมีการแจ้งความดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อเอาความผิดกับผู้สั่งจ่ายเช็ค โดยพรบ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ. ศ. 2534 ได้กำหนดเอาไว้ ดังต่อไปนี้
ตามมาตรา 4 บุคคลใดกระทำการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริง และมีพฤติกรรมความผิดอันเป็นไปโดยข้อบังคับตามกฎหมายซึ่งจะมีลักษณะคือ

  1. มีจุดประสงค์ที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้นโดยเจตนา
  2. ไม่มีเงินคงเหลืออยู่ในบัญชี หรือมีแต่ไม่เพียงพอที่จะใช้เงินได้ตามจำนวนที่ระบุ แต่กลับกระทำการออกเช็ค
  3. มีการระบุจำนวนเงินในเช็คไว้สูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี
  4. มีการถอนเงินกลางคัน แม้ว่าในขณะที่ทำการออกเช็คจะมีเงินในบัญชีเพียงพอก็ตาม แต่ภายหลังรีบถอนเงินทั้งหมดหรือบางส่วนออก โดยมีเจตนาเพื่อจะให้จำนวนเงินไม่เพียงพอที่จะจ่ายได้
  5. มีการสั่งระงับหรือแจ้งห้ามธนาคาร มิให้ใช้เงินตามเช็คนั้นด้วยเป้าประสงค์จากเจตนาอันทุจริตมิชอบ

โดยลักษณะทั้ง 5 ข้อนี้ หากมีการนำเช็คไปขึ้นเงินโดยชอบตามกฎหมาย แต่ทว่ากลับถูกธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คนั้น ดังนี้แล้วจะต้องมีความผิด โดยความผิดนี้จะมีอัตราโทษปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ผู้ฟ้องร้องจะต้องมีสถานะของความเป็นหนี้ ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย ซึ่งหนี้ที่มีอยู่จริงนั้น มีความเชื่อมโยงกับการจ่ายเช็คใบนั้น แต่ทว่าหากมีการสืบสวนพบว่าไม่มีหนี้ต่อกันจริง ๆหรือความเป็นหนี้ที่ระบุไว้นั้น มีลักษณะของหนี้ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายกรณีนี้จะไม่สามารถฟ้องร้องให้บังคับคดี เป็นความผิดทางอาญาได้

อย่างไรก็ตามการจ่ายเช็คเด้ง นอกจากจะมีความผิดทางอาญาแล้ว ยังจะต้องถูกดำเนินคดีในความผิดทางแพ่งอีกด้วย และนอกจากนี้ธนาคารอาจมีสิทธิปฏิเสธการจ่ายได้โดยสุจริตของฝ่ายธนาคาร หากประกอบไปด้วยเหตุผลที่เหมาะสมดังนี้

  1. ในขณะนั้นไม่มีเงินในบัญชีพอที่จะจ่ายเงินตามเช็คนั้น
  2. เช็คที่สั่งจ่ายมีการยื่นเช็คให้เงินเกินกว่า 6 เดือน ซึ่งจะนับระยะเวลาตั้งแต่วันที่ออกเช็ค
  3. มีการแจ้งต่อธนาคารว่าเช็คหายหรือมีการลักขโมยเช็คไป