การขับไล่ลูกหนี้ ซึ่งยังอยู่อาศัยในทรัพย์ขายทอดตลาด

ปัญหาเรื่องการไม่ชำระหนี้ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ผู้กู้ยืมไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นในกรณีที่ผู้กู้ยืมมีการหนีหาย ในกรณีดังกล่าวเหล่านี้ก็มักสร้างข้อสงสัยให้กับบรรดาเจ้าหนี้โดยเฉพาะในกรณีที่จำเป็นจะต้องมีการขับไล่ลูกหนี้ หรือจะต้องมีการนำทรัพย์สินของลูกหนี้มาขายทอดตลาด

ซึ่งลักษณะข้อปฏิบัติดังกล่าวนี้ จำเป็นจะต้องอาศัยการกระทำที่ถูกต้อง ตามขั้นตอนของกระบวนการกฎหมาย เพราะไม่เช่นนั้นความผิดอาจจะมาตกอยู่ที่ตรงนี้ได้ โดยปัญหาส่วนใหญ่ที่มักมีเกิดขึ้นนั่นก็คือในทรัพย์สินของผู้ซื้อที่ได้รับทรัพย์สินมาจากการขายทอดตลาด แต่ปรากฏว่าทรัพย์สินนั้น ยังมีลูกหนี้ ผู้อยู่อาศัย และบริวารอาศัยอยู่ ทำให้จะต้องมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อบังคับให้ผู้อยู่อาศัยและบริวารย้ายออกไป เพื่อจะได้นำทรัพย์สินนั้นไปใช้ได้ตามจุดประสงค์

โดยในปัจจุบันได้มีกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ฉบับที่ 30 พ.ศ. 2560 ได้มีการออกแบบให้เป็นวิธีที่ง่ายขึ้นซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเกิดการยื่นคำฟ้องขับไล่เป็นคดีใหม่ โดยหลังจากที่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์จากเจ้าพนักงานที่ดินในทรัพย์สิน ที่ประมูลเรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฏว่าบุคคลผู้อยู่อาศัย ยังไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินออกไป ในกรณีนี้ผู้ซื้อทรัพย์สินสามารถยื่นคำร้อง ขอออกหมายบังคับตามคำพิพากษา ป.วิ.พ มาตรา 334 ขอให้ศาลออกคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งในกรณีนี้ผู้ซื้อจะอยู่ในฐานะผู้ร้องในคดีเดิม

หลังจากขั้นตอนนี้ ผู้ซื้อหรือผู้แทนของผู้ซื้อจะมีหน้าที่นำเจ้าพนักงานบังคับคดี ไปยังที่ตั้งของทรัพย์สินนั้น เพื่อทำการปิดประกาศขับไล่ด้วยการจองคิวอยู่ที่ระยะเวลาประมาณหนึ่งถึงสองวัน โดยมีเจตนาให้ผู้อยู่อาศัยที่อ้างว่าไม่ใช่บริวารจำเลย มีการยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลได้ภายในระยะเวลา 15 วัน โดยจะต้องเป็นระยะอันนับตั้งแต่วันที่ปิดประกาศ ซึ่งจะสามารถให้ศาลนัดวันไต่สวนคำร้องได้

และหากผู้อยู่อาศัยและบริวาร ยังไม่ยอมทำการย้ายออกอีก ทั้งยังไม่มีการยื่นคำร้องแสดงอำนาจพิเศษต่อศาลภายในระยะเวลาที่กำหนด หากมีกรณีนี้เกิดขึ้นผู้ซื้อจะต้องรายงานต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งเจ้าพนักงานบังคับคดีจะมีหนังสือรายงานไปยังศาล เพื่อให้ออกคำสั่งจับกุมและกักขังซึ่งในกรณีนี้ผู้ซื้อจะต้องไปคัดทะเบียนราษฎร์ บุคคลที่จะขอให้เจ้าพนักงานทำการออกหมายจับซึ่งจะมีการรับรองในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งเดือน

โดยเอกสารประกอบการยื่นคำร้องต่อศาล จะประกอบไปด้วย

  • หนังสือสัญญาการซื้อขาย
  • ประกาศเจ้าพนักงานบังคับคดี
  • โฉนดที่ดินหรือหนังสือกรรมสิทธิ์ต่อทรัพย์สิน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ซื้อ
  • ใบเสร็จรับเงินจากสำนักงานบังคับคดี
  • คำขอขายตามคำสั่งศาล