การถูกทวงหนี้ด้วยพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม

การถูกทวงหนี้ด้วยพฤติกรรมอันไม่เหมาะสม จะถือเป็นการข่มขู่และทำให้นิติกรรมเป็นโมฆะได้หรือไม่ หากคุณไม่มีกำลังทรัพย์ที่เพียงพอหรือจำนวนเงินที่เก็บไว้เริ่มร่อยหรอ และมีเหตุที่ทำให้คุณต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในเวลาที่กำหนด คุณจะนึกถึงอะไร ? แน่นอนคนส่วนใหญ่ก็ต้องเลือกการกู้เงิน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยขจัดปัญหาเฉพาะหน้า ด้านการใช้จ่ายได้เห็นผลที่สุด แล้วจึงค่อยนำเงินที่ยืมไปมาใช้ให้กับผู้ปล่อยกู้ในภายหลัง แต่อาจจะมีการเก็บค่าดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีกเล็กน้อยเพื่อสร้างกำไรในการปล่อยเงินกู้ให้กับเจ้าหนี้เท่านั้น

โดยระบบการคิดดอกเบี้ยของแต่ละที่นั้น จะค่อนข้างแตกต่างกันไป ด้วยหากใช้การกู้ยืมเงินมาจากธนาคารที่เป็นสถาบันทางการเงินขนาดใหญ่ ก็จะมีการคิดอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในปริมาณตามกฎหมายกำหนด กลับกันหากใช้การหาจากเงินกู้แบบนอกระบบ ซึ่งยากต่อการควบคุมผ่านทาง บุคคลทั่วไป กิจการรายย่อย หรือ ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ก็จะมีการคิดดอกเบี้ยที่สูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยการปล่อยเงินที่ง่ายกว่าระบบของธนาคาร จึงกลายเป็นที่มาที่ทำให้ ลูกหนี้ไม่สามารถนำเงินมาคืนได้จนต้องติดหนี้แบบเรื้อรังในที่สุด และท่าหากเป็นอย่างนั้น ก็อาจต้องประสบพบเจอกับการทวงหนี้ในรูปแบบนอกกฎหมาย ที่มีทั้งการข่มขู่ กรรโชกทรัพย์ ไปจนถึงการทำร้ายร่างกายได้เลยทีเดียว

หากลูกหนี้ถูกติดตามทวงถาม ให้รีบชําระหนี้ แต่กลับมีการใช้พฤติการณ์และการกระทําอันไม่เหมาะสม จะถือเป็นการข่มขู่ ซึ่งมีผลทำให้นิติกรรมกลายเป็นโมฆะได้หรือไม่

ตัวอย่างคําพิพากษาฎีกาที่ ๖๒๙๔/๒๕๖๑

ป.พ.พ.มาตรา ๑๖๔ ได้บัญญัติไว้ว่า การข่มขู่ที่จะทําให้การใดตกเป็นโมฆะนั้น จะต้องเป็นการข่มขู่ที่มีการอันทำให้เกิดภัยใกล้จะถึง และร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว ซึ่งในกรณีที่มิได้มีการข่มขู่เช่นนั้น การนั้นก็คงจะมิได้กระทําขึ้น

โจทก์ได้นํากลุ่มผู้ชายหลายคนแต่งกาย คล้ายตํารวจไปที่บ้านของจําเลยซึ่งเป็นที่ตั้งโรงงาน โดยมีการพูดจาข่มขู่ถึงจำเลย ว่าบ้านและที่ดินจะต้องตกเป็นของโจทก์ และหากจําเลยจะดําเนินงานต่อต้องให้เงินโจทก์จำนวน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ด้วยความกลัวจำเลยจึงจำต้องทําสัญญากู้ยืมเงิน ด้วยการกระทําดังกล่าว ถือเป็นเพียงการติดตามทวงถามให้ชําระหนี้ด้วยพฤติการณ์ และการกระทําที่ไม่เหมาะสมเท่านั้น หาได้เกิดภัยอันใกล้จะถึงและร้ายแรง ถึงขนาดที่จะถือได้ว่า เป็นการข่มขู่อันจะทําให้สัญญากู้ยืมเป็นโมฆะไม่

สรุป

หากการทวงเงินนั้น เป็นการกระทำอันไม่ทำให้เกิดภัยใกล้จะถึงและร้ายแรงถึงขนาดที่จะจูงใจให้ผู้ถูกข่มขู่มีมูลต้องกลัว นิติกรรมที่ทำไว้จะไม่ถือเป็นโมฆะ