ขอรับชำระหนี้จำนองตามคำพิพากษา

สำหรับกรณีเรื่องของการชำระหนี้จำนอง หลายครั้งที่เรามักพบปัญหาหลังจากการต่อสู้ในชั้นศาลเกี่ยวกับคดี ระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ในทรัพย์ติดจำนอง โดยถัดจากคำตัดสินสิ้นสุด หลังจากที่โจทก์ได้ยื่นฟ้อง และศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดี โจทก์ได้รับดำเนินการบังคับคดีเพื่อใช้สิทธิยึดอสังหาริมทรัพย์ของลูกหนี้เป็นการชดใช้ ซึ่งวิธีนี้อาจติดปัญหาในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์นั้นติดจำนองอยู่ เพราะต้องรอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีส่งหนังสือแจ้งมายังผู้รับจำนอง เพื่อให้ผู้รับจำนองส่งเอกสารยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้จำนองต่อศาล เพื่อขอให้ศาลออกคำสั่งนำเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดของจำเลย มาชำระหนี้จำนองของผู้รับจำนองก่อนถึงมือเจ้าหนี้สามัญ

เอกสารประกอบการยื่นคำร้องเพื่อดำเนินการ

  • หนังสือรับรองกรรมสิทธิ์ห้องชุด หรือ สำเนาโฉนดที่ดิน
  • สัญญาจำนอง
  • ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวประชาชน
  • รายการการยึดอสังหาริมทรัพย์ของเจ้าพนักงานบังคับคดี
  • คำพิพากษา
  • หนังสือรับรองบริษัท (หากมี)
  • หนังสือมอบอำนาจ (หากมี)

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฏีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1551/2543

เนื้อหาสำคัญกรณี ไม่ได้ยื่นคำร้อง ก็ยังมีสิทธิบังคับจำนองได้

แม้ว่าผู้ร้องที่เป็นผู้รับจำนองไม่ได้มีการยื่นคำร้องต่อศาลก่อน ที่จะเอาทรัพย์พิพาทออกขายทอดตลาด ก็ไม่ถือว่าผู้ร้องจะร้องหมดสิทธิในการเป็นผู้รับจำนองไป เนื่องจากรูปบังคับคดีแก่ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ของลูกหนี้ตามคำพิพากษา ย่อมไม่กระทบกระเทือนถึงบุริมสิทธิของผู้รับจำนอง และยังสามารถร้องขอให้การบังคับเหนือทรัพย์พิพาทได้

ด้วยเหตุนี้การนำทรัพย์พิพาทขายส่งทอดตลาด อันเป็นทรัพย์ที่ปลอดจำนองตามความประสงค์ของผู้ร้องแล้ว และผู้ร้องเป็นผู้ประมูลซื้อจากการขายทอดตลาด ผู้ร้องจึงมีสิทธิโดยชอบธรรมในการรับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้รายอื่นรวมทั้งโจทก์ด้วย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3793/2550

เนื้อหาสำคัญกรณี มีสิทธิได้รับชำระหนี้ เฉพาะส่วนได้

ผู้ร้องได้อ้างว่าผู้คัดค้านมีสิทธิอยู่เพียงครึ่งส่วน ของทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ในคดี โดยมีเหตุจากผู้คัดค้านเป็นเจ้าของรวมในที่ดินดังกล่าวร่วมกับจำเลยด้วย ผู้ร้องที่มีฐานะเป็นเจ้าหนี้จำนองของผู้คัดค้านสามารถมีสิทธิโดยชอบธรรม ในการขอรับชำระหนี้จำนองตามส่วนที่ถือไว้ของทรัพย์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287

นอกจากนี้แม้ในกรณีที่ผู้คัดค้านจะไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ แต่ก็ถือว่าไม่เป็นอุปสรรคที่ผู้ร้องซึ่งถือฐานะเป็นบุคคลภายนอก จะใช้สิทธิของเจ้าหนี้จำนอง ร้องขอให้บังคับเหนือทรัพย์สินเหล่านั้นได้ตามกฎหมาย เพื่อรับชำระหนี้จำนองในส่วนของทรัพย์ที่โจทก์นำยึดไว้ในคดีได้