คำพิพากษาศาลฎีกา เรื่องการฟ้องหย่าที่น่าสนใจ

แน่นอนว่าการใช้ชีวิตคู่ บางกรณีนั้นอาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมักจะมีเรื่องราวเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายเข้ามาทำให้ชีวิตคู่สั่นคลอนได้ตลอด ไม่ว่าเหตุนั้นจะเกิดจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของคนรักจนทำให้เป็นทุกข์ หรือ การมาของมือที่สามซึ่งทำให้มีความหวงแหนเกิดขึ้น หรืออาจจะเกิดจากความรักที่มากเกินไป จนกลายเป็นหึงหวงโดยไม่ฟังเหตุผล ซึ่งหากเรื่องเหล่านี้ไม่สามารถหาทางออกได้ก็อาจต้องลงเอยด้วยการหย่าร้าง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8611/2557

เนื้อหาสำคัญ

โจทก์มีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้ เมื่อจำเลยมีการทรมานทั้งด้านร่างกายและจิตใจของโจทก์

โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยซึ่งเป็นสามีอ้างเหตุว่า จำเลยมีการทรมานทั้งด้านร่างกายและจิตใจของโจทก์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (3) โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำการอันเป็นปฏิปักษ์ด้วยการใช้วาจาไม่สุภาพ รวมถึงการชวนทะเลาะเบาะแว้งกับโจทก์โดยไม่มีเหตุผลเป็นประจำ อีกทั้งตัวจำเลยยังถือมีดทำครัวยืนขวางไม่ให้โจทก์ออกจากบ้าน และมีการขู่จะเอาชีวิตให้ถึงแก่ความตายหากไม่นำภาพถ่ายในอดีตของโจทก์มาให้

รวมถึงยังข่มขู่จะทำร้ายโจทก์ด้วยอารมณ์รุนแรงอย่างไม่มีเหตุผล จนที่สุดแล้วโจทก์ต้องหนีออกจากที่อยู่อาศัยเพราะเกรงว่าจะถูกทำร้าย การที่โจทก์นำสืบว่า จำเลยใช้มีดขู่ให้โจทก์ยอมร่วมประเวณีด้วย ทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่สบายและไม่ต้องการร่วมประเวณี ส่งผลให้โจทก์รู้สึกทรมานร่างกายและจิตใจเป็นอย่างมาก โดยเรื่องทั้งหมดนี้จึงเป็นรายละเอียดแห่งเหตุหย่าตามที่โจทก์กล่าวบรรยายในฟ้อง มิใช่การนำสืบนอกเหนือจากการฟ้องตามฎีกาของจำเลยแต่อย่างใด ดังนั้นโจทก์จึงมีสิทธิฟ้องหย่าจำเลยได้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 157/2561

เนื้อหาสำคัญ

จำเลยมิได้มีพฤติการอันร้ายแรง โจทก์ไม่สามารถฟ้องหย่าได้

จำเลยมีหนังสือร้องเรียนโจทก์ในเรื่องความประพฤติส่วนตัวของโจทก์ ซึ่งจำเลยในฐานะภริยาย่อมต้องมีความรักและหึงหวงสามีอันเป็นสิทธิที่จำเลยย่อมสามารถกระทำได้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาว่ากล่าวตักเตือนโจทก์ อีกทั้งโจทก์ไม่ได้ถูกดำเนินการทางวินัยแต่อย่างใด ซึ่งการที่จำเลยฟ้องเรียกค่าทดแทนจาก ส. เป็นอีกคดีหนึ่งจนศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ ส. ชำระค่าทดแทนแก่จำเลย 500,000 บาท

ก็แสดงให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำเพื่อรักษาสิทธิในครอบครัวเพื่อไม่ให้ ส. เข้ามาเกี่ยวข้องกับโจทก์ซึ่งเป็นสามีโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลย อันจะทำให้เกิดความร้าวฉานในครอบครัว แม้จำเลยจะเป็นผู้ออกจากบ้านพักโจทก์ โดยมีเหตุจากโจทก์เปลี่ยนกุญแจบ้าน จึงทำให้จำเลยกลับเข้าไปในบ้านไม่ได้ จึงไม่ใช่กรณีที่จำเลยสมัครใจแยกกันอยู่กับโจทก์ ทั้งพฤติกรรมของโจทก์ก็เป็นฝ่ายไปยกย่องหญิงอื่นคือ ส. เป็นภริยา จึงไม่สามารถถือได้ว่าจำเลย ละทิ้งร้างโจทก์ไปเกินกว่าหนึ่งปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1516 (4)