ตัวอย่างแนวทางการพิพากษาของศาลฎีกา เกี่ยวกับการสู้คดีครอบครองปรปักษ์

คดีความเกี่ยวกับเรื่องของที่ดิน โดยเฉพาะคดีความเกี่ยวข้องกับการครอบครองที่ดินโดยปรปักษ์ นับเป็นปัญหาที่มีเกิดขึ้นบ่อย และอาจนำมาสู่การทะเลาะเบาะแว้งกัน ซึ่งประเด็นของเรื่องนี้นั้นจะต้องมีพฤติกรรมและการกระทำในการได้มาซึ่งที่ดินในลักษณะที่ถูกต้อง รวมถึงฝ่ายเจ้าของที่ดินหากไม่ต้องการเสียส่วนที่ดินไปก็จะต้องมีการเฝ้าระวัง โดยหน้าที่ของเจ้าของที่ดินเองด้วย

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6653 / 2561

ได้มีการร้องขอให้ศาลมีคำสั่งแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน โดยการครอบครองปรปักษ์ ตาม ปวิพ. มาตรา 55 โดยศาลได้มีคำถามให้ผู้ร้องส่งสำเนาคำร้องขอ รวมถึงมีการประกาศผ่านหนังสือพิมพ์ และปรากฏว่าไม่มีผู้ใดยื่นคำคัดค้าน ดังนั้นจึงถือว่าไม่มีข้อพิพาทตาม ปวิพ. มาตรา 188 แม้ว่าผู้คัดค้านไม่ได้ร้องคัดค้านเข้ามาในคดี ในช่วงระยะเวลานับตั้งแต่ก่อนที่ศาลจะมีการลงคำสั่งให้ผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดิน จากการครอบครองปรปักษ์

ดังนั้นจึงได้ถือว่าผู้ค้าเป็นบุคคลภายนอก โดยที่ไม่มีผู้ร้องโต้แย้งสิทธิ ซึ่งผู้คัดค้านใช้ข้ออ้างเพียงการกล่าวอ้างว่ามีสิทธิ์ในที่ดินพิพาท ดีกว่าผู้ร้องเพื่อจะขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่ง ในประเด็นของกรรมสิทธิ์ครอบครองปรปักษ์ของผู้ร้องเท่านั้น แต่ทว่าก็ไม่ได้ขอให้มีคำสั่งเพื่อวินิจฉัยว่าผู้คัดค้านมีสิทธิเหนือในที่ดินพิพาทมากกว่าแต่อย่างใด ดังนั้นกรณีนี้ผู้คัดค้านจึงไม่อาจร้องเข้ามาเป็นคู่ความเพื่อให้ได้การรับรองคุ้มครองตามปวิพ. มาตรา 57 วงเล็บ 1 อีกทั้งยังไม่อาจนำสู่การที่จะขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวได้

ตัวอย่างคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6151/2558

กรณีนี้จำเลยได้ให้การรวมถึงฟ้องแย้งด้วยว่า ที่ผ่านมาจำเลยมีการครอบครองที่ดินพิพาทของโจทก์ อีกทั้งยังมีการทำประโยชน์ในที่ดินพิพาท โดยมีความเข้าใจผิดว่าเป็นที่ดินของจำเลย นอกจากนี้ยังมีการครอบครองที่ดินพิพาทโดยสงบ เปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของนับจนถึงปัจจุบันเป็นเวลามากกว่า 10 ปีแล้ว แต่อย่างไรก็ตามเมื่อที่ดินพิพาท มาเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตามโฉนดของโจทก์

แม้ว่าในฝ่ายของจำเลยจะมีพฤติการณ์การครอบครอง โดยสำคัญผิดเข้าใจไปว่าเป็นที่ดินในตัวของจำเลย กรณีนี้จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยครอบครองที่ดินของจำเลยเอง แต่จะต้องถือว่าจำเลยได้ครอบครองที่ของบุคคลอื่น โดยรวมระยะเวลาแล้วเป็นการครอบครองปรปักษ์ได้ตาม ปพ. พ. มาตรา 1382 ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการครอบครอง โดยจำเลยต้องรู้ว่าเป็นที่ดินพิพาทของโจทก์ด้วยหรือไม่

ดังนี้แล้วจะศึกษาได้ว่าการแม้ว่าจะเป็นการครอบครองที่ดินในส่วนของบุคคลอื่น โดยที่ไม่มีเจตนาก็ตามแต่หากครอบครองติดต่อกันมาอย่างยาวนานตามกฏหมายกำหนด ความไม่มีเจตนานั้นก็ไม่สามารถเป็นเหตุให้เจ้าของที่ดินใช้เป็นข้อคัดค้านได้