ภรรยาของลูกหนี้ ได้ขายที่ดิน เจ้าหนี้ฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียน

ภรรยาของลูกหนี้ ได้ขายที่ดิน โดยภรรยานั้นมิได้อยู่ในฐานะผู้เป็นลูกหนี้ เจ้าหนี้จะมีอํานาจฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนให้หรือไม่? การตกอยู่ในสถานะลูกหนี้ ย่อมเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะเป็นกันทั้งนั้น แต่ด้วยเหตุจำเป็นมากมายหลายประการที่อาจบีบคั้นให้บางคน เหลือทางเลือกเพียงไม่กี่ทาง จนสุดท้ายจำเป็นต้องลงเอยด้วยการกู้ยืมเงินจากแหล่งปล่อยเงินกู้ต่าง ๆ ไม่ว่าจะจากบุคคลหรือสถาบันทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย หรือบางครั้งคน ๆ นั้นอาจไม่ได้ยืมเงินใครเลย แต่ก็มีเหตุให้ต้องตกอยู่ในสภาพลูกหนี้ไปโดยปริยายก็มี

สิทธิเรียกร้อง ของเจ้าหนี้

สิทธิเรียกร้อง เป็นสิทธิโดยชอบตามกฎหมายของผู้ที่อยู่ในสถานะของเจ้าหนี้ และมีสิทธิอยู่เหนือผู้เป็นลูกหนี้เป็นธรรมดา โดยอำนาจนั้นจะเกิดขึ้นจากข้อสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ก่อนทำนิติกรรมร่วมกัน อีกทั้งสิทธิ์เรียกร้องนั้นยังเป็นสิ่งที่เจ้าหนี้สามารถโอนมอบให้แก่คนอื่นได้ ตัวอย่างเช่น ผู้เป็นเจ้าหนี้ให้โอนสิทธิ์เรียกร้องให้แก่ผู้อื่นรับเงินชำระหนี้แทน แต่การโอนนั้นจะต้องมีการทำเป็นหนังสือเพื่อใช้รับรอง รวมถึงต้องแจ้งให้แก่ลูกหนี้ทราบ หรือลูกหนี้ยินยอม การโอนนั้นจะถือเป็นการโอนโดยสมบูรณ์

ภรรยาของลูกหนี้ ได้ขายที่ดิน โดยภรรยานั้นมิได้อยู่ในฐานะผู้เป็นลูกหนี้ เจ้าหนี้จะมีอํานาจฟ้อง ขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนให้หรือไม่

ตัวอย่าง คําพิพากษาฎีกาที่ : ๔๔๓๑/๒๕๖๐

โจทก์ได้ทำการฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียน ให้ที่ดินระหว่างจําเลยที่ ๒ และ ๓ ซึ่งมีฐานะเป็นบุตรโดยเสน่ห์หา อันเป็นทางให้โจทก์ เจ้าหนี้ตามคําพิพากษาของจําเลยที่ ๑ เสียเปรียบ จึงต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ มาตรา ๒๓๗ แต่โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าหนี้ที่จําเลยที่ ๑ เป็นหนี้โจทก์ ตามคําพิพากษาตามยอมเป็นหนี้ระหว่างจําเลยที่ ๑ กับที่ ๒ ซึ่งเป็นสามีภริยากันตามประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๙๐ (๑) ถึง (๔)
โดยจําเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิด ในหนี้ตามคําพิพากษาร่วมกับจําเลยที่ ๑ ซึ่งจะมีผลให้จําเลยที่ ๒ อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้ โจทก์ด้วย และเมื่อจําเลยที่ ๒ มิได้อยู่ในฐานะเป็นลูกหนี้โจทก์ ประกอบกับโจทก์ไม่สามารถนําสืบได้ว่า หนี้ของจําเลยที่ ๑ เป็นหนี้ร่วมที่จําเลยที่ ๒ จะต้องร่วมรับผิด โจทก์จึงไม่มีอํานาจที่จะ ฟ้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนให้ที่ดินตามฟ้องระหว่างจําเลยที่ ๒ และ ที่ ๓

ซึ่งจากตัวอย่างคำพิพากษานี้จะเห็นได้ว่าทรัพย์สินของภรรยา นั้นแม้จะมีสัดส่วนที่เป็นของสามีที่เป็นหนี้อยู่ด้วยก็ตาม แต่ทว่าเจ้าหนี้ไม่มีสิทธิในการห้ามขายทรัพย์สินนั้นของภรรยาได้ ซึ่งเมื่อขายทรัพย์สินได้มูลค่าเท่าใด สัดส่วนของสามีนั้นจึงจะเป็นสัดส่วนนำมาชำระหนี้นั่นเอง