ว่าด้วยเรื่องของการสู้คดีฟ้องขับไล่

ฟ้องขับไล่ เป็นการฟ้องร้องอย่างหนึ่งที่มีจุดประสงค์ ให้ผู้อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ออกไปจากที่อยู่อาศัยหรือที่ดินแปลงนั้น และสำหรับการฟ้องขับไล่นั้นจะมีอยู่ด้วยกันหลายกรณี ซึ่งอาศัยเหตุตามกฎหมายได้ดังต่อไปนี้

อาศัย

การอาศัยถือเป็นสัญญาชนิดหนึ่งอันก่อให้เกิดบุคคลสิทธิ และนำไปสู่การเกิดทั้งสิทธิและหน้าที่ระหว่างผู้ให้อาศัย ซึ่งในกรณีที่ถ้าหาก ผู้ให้อาศัย นั้นรู้สึกและไม่ประสงค์ให้ผู้อาศัย อาศัยร่วมกันแล้ว ผู้ให้อาศัยถือเป็นผู้ที่มีสิทธิโดยชอบธรรม ที่จะขับไล่ผู้อยู่อาศัยออกไปได้ทันที และผู้อาศัยจะต้องปฏิบัติตามที่ผู้ให้อาศัยสั่งหรือร้องขอ

สิทธิอาศัย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1402 ได้บัญญัติไว้ว่า บุคคลใดซึ่งได้รับสิทธิอาศัยอยู่ในโรงเรือนบุคคลนั้นย่อมเป็นผู้มีสิทธิอยู่ในโรงเรือนนั้นโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า

ละเมิด

การละเมิด ที่จะนำไปสู่เหตุการฟ้องขับไล่ได้นั้น จะเป็นการกระทำประเภทที่ มีการละเมิดโดยบุกรุก มีการละเมิดสิทธิ์ครอบครอง หรือ การละเมิดเข้าที่อยู่อาศัย เช่นการฝืนอยู่อาศัยโดยที่เจ้าของไม่ประสงค์ให้อยู่ต่อ หรือหมดสัญญาเช่า และต้องมีการฟ้องขับไล่ หรือ กรณีที่เป็นไปตามตามมาตรา 1337 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เช่า

การเช่า ถือเป็นเหตุที่ค่อนข้างมีการฟ้องขับไล่ได้ง่าย มากมายหลายกรณี เนื่องจากมิใช่ที่อยู่อาศัยของตน แต่ถ้าหาก เป็นกรณีของสัญญาเช่าต่างตอบแทนพิเศษนั้น จะมีลักษณะแตกต่างออกไป เช่น เกิดจากมีพืชผลลงมาเติบโตไปจนถึง การปลูกสร้างสิ่งปลูกสร้าง อยู่ในที่ดินของผู้อื่นเพื่อการหาประโยชน์เป็นเวลานาน เป็นต้น

กรณีอื่น ๆ

เหตุซึ่งเกิดจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ อื่น ๆ

ตัวอย่าง คำพิพากษาศาลฎีกาที่ : 1335/2561

เมื่อฟังแล้วสรุปข้อเท็จจริงได้ว่า โจทก์และจำเลยมีเจตนาทำสัญญากู้ยืมเงินกันมาตั้งแต่ต้น ซึ่งมิได้มีเจตนาที่จะทำสัญญาขายที่ดินกันจริง สัญญาขายที่ดินนั้นจะตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคหนึ่ง และกลายเป็นนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงินที่จำเลยกู้ยืมไปจากโจทก์ในทันที โดยให้ที่ดินแก่โจทก์ ยึดถือไว้เป็นหลักประกัน เพราะฉะนั้นจึงย่อมถือได้ว่าสัญญาขายที่ดินนี้เป็นนิติกรรมสัญญากู้ยืมเงิน อันมีการทำเป็นลายลักษณ์อักษรระหว่างโจทก์กับจำเลยและถูกอำพรางไว้แล้ว จะต้องบังคับตามสัญญากู้ยืมเงินอันเป็นนิติกรรมที่ถูกอำพราง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรคสอง และเมื่อสัญญาขายที่ดินพิพาทตกเป็นโมฆะ จึงจำเป็นต้องเพิกถอนสัญญาดังกล่าวไว้ ให้เป็นผลให้ที่ดินยังเป็นของจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะฟ้องขับไล่จำเลยได้