หลักกรรมสิทธิ์ โดยการครอบครองที่ดินแบบปรปักษ์

ความขัดแย้งทางคดีความข้อกฎหมาย อีกคดีหนึ่งที่มีเกิดขึ้นบ่อยครั้งนั่นก็คือ คดีเกี่ยวกับการครอบครองที่ดินปรปักษ์ เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับผู้ที่มีที่ดินและไม่มีที่ดิน กลายเป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้โดยง่ายและกลายเป็นคดีความที่ขึ้นสู่ชั้นศาลจำนวนมาก ซึ่งวันนี้เราก็มีตัวอย่างหลักการครอบครองที่ดินของบุคคลอื่นอย่างไร อันนำมาซึ่งกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองแบบปรปักษ์ มาฝากให้คุณผู้อ่านได้ศึกษากันเผื่อเป็นประโยชน์ทั้งฝ่ายเจ้าของที่ดิน ที่ต้องหาทางป้องกัน และเป็นประโยชน์ต่อผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ครอบครอง ไปนานแล้วอย่างมีเหตุเหมาะสมรับฟังได้ตามกฏหมาย อีกทั้งยังมีข้อเดือดร้อนหากถูกขับไล่อย่างไม่เป็นธรรม
กรรมสิทธิ์ที่ดินโดยการครอบครองปรปักษ์ มีดังนี้

การครอบครองโดยความสงบ

หมายถึงครอบครองที่ดินผืนนั้นอยู่ได้ โดยมิได้ถูกกำจัดและกีดกันให้ออกไป รวมไปถึงการถูกฟ้องร้องให้มีคดีความต่อสู้กัน ให้ต้องโต้เถียงกรรมสิทธิ์กัน อาทิ การอ้างกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ต่างฝ่ายต่างอ้างว่าเป็นของตน โดยเหตุนี้จะไม่สามารถถือว่าเป็นการครอบครองโดยความสงบ

การครอบครองโดยเปิดเผย

มีการครอบครองและแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดินอย่างเปิดเผยโจ่งแจ้ง มิได้มีการซ่อนหรือประสงค์ปิดบังอำพราง ในการครอบครองทรัพย์สินที่ดินของผู้อื่น เช่นการแอบสร้างฐานรากของอาคารรุกล้ำข้ามเขตไปในที่ดินของผู้อื่น ซึ่งกรณีนี้การกระทำที่ปกปิดเหล่านี้แม้ว่าจะมีการทำและครอบครองมาเป็นระยะเวลาหลายปี ก็ยังถือว่ามีความผิดอยู่ดี

มีการครอบครองทรัพย์สินที่ต้องเป็นทรัพย์ที่มีกรรมสิทธิ์เท่านั้น

โดยกรณีของที่ดินผู้ครอบครองจะต้องถือโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งหากเป็นโฉนดที่เพิ่งจะออกโดยทางราชการ จะไม่มีการนับระยะเวลาการครอบครองก่อนออกโฉนดเพื่อมาประกอบการได้สิทธิ์ จะนับตั้งแต่ระยะเวลาการเริ่มครอบครองโฉนดเท่านั้น โดยหากมีการครอบครองจนครบระยะเวลา 10 ปี ผู้นั้นจึงจะได้กรรมสิทธิ์อย่างถูกต้อง ในขณะที่ผู้ครอบครองแบบอื่น ๆ เช่น ส.ค.1 กับ น.ส.3 หรือ น.ส. 3 ก.รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีหลักฐานใดอยู่ในมือเลย จะไม่สามารถครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 ได้ แต่สามารถใช้แย่งการครอบครองในชั้นศาลได้

การครอบครองด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ

การมิได้ใช้สิทธิครอบครองยึดถือทรัพย์เพื่อตนเองเท่านั้น แต่ยังครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นด้วย แต่จะต้องมีการระบุเจตนาความเป็นเจ้าของทรัพย์สินของผู้ถือสิทธิ์ด้วย เช่น ครอบครองเพื่อการทำประโยชน์ใช้สอยทรัพย์สิน ไม่เป็นการครอบครองโดยอาศัยสิทธิ หรืออำนาจกรรมสิทธิ์ของเจ้าของทรัพย์ รวมถึงการขัดขวางห้ามบุคคลอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน

การใช้สิทธิแห่งตน บุคคลทุกคนจะต้องเป็นไปตามการกระทำโดยสุจริต

แม้ว่าในกฎหมายจะไม่ได้กำหนดเงื่อนไขไว้ เพราะหากมีการใช้วิธีการอันเป็นการ ฉ้อโกง ลักทรัพย์ บุกรุก หรืออื่น ๆ ที่ส่อถึงการกระทำอันไม่สุจริต และผิดศีลธรรมอาจเข้าข่ายการกระทำผิดทางกฎหมายอื่น ๆ ผู้นั้นก็จะไม่ได้ กรรมสิทธิ์ ความคุ้มครอง ไปจนถึงอาจโดนดำเนินคดีความทางกฎหมาย