เมื่อเจ้าหนี้ทำสัญญาเงินกู้หาย เจ้าหนี้จะมีสิทธิฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่

การทำนิติกรรมที่มีมูลค่าสูงไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การเช่า การซื้อขาย การแลกเปลี่ยน หรือการจอง จำเป็นจะต้องมีการทำสัญญาหรือหนังสือรับรองไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเป็นการป้องกันการฉ้อโกง หรือใช้เป็นสิ่งรับรองในการยืนยันข้อตกลงต่าง ๆ เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสัญญาจึงถือเป็นหลักฐานการทำนิติกรรมที่สำคัญมาก จึงควรมีการเก็บรักษาไว้ให้ดีที่สุดเพื่อป้องกันการเสียหายหรือสูญหายไป เพราะถ้าหากเกิดขึ้นจะถือเป็นเรื่องใหญ่ที่มีผลกระทบรุนแรงอย่างแน่นอน

เมื่อสัญญาเงินกู้หายไปแล้ว จะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้หรือไม่

ตัวอย่าง การพิพากษาศาลฎีกาที่ : 204/2539

ในคดีนี้ ผู้ปล่อยกู้ (โจทก์) ได้ฟ้องศาลในวันที่ 5 มีนาคม 2532 ผู้กู้ยืม(จำเลย) ซึ่งได้ขอกู้ยืมเงินจากจำเลยไปเป็นจำนวน 40,000 บาท โดยมีกำหนดชำระคืนให้ภายในระยะเวลา 3 เดือน โดยผู้กู้ได้ทำสัญญากู้ยืมเป็นลูกหนี้เก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว แต่ว่าต่อมานั้นเจ้าหนี้ได้ทำหลักฐานสัญญากู้ยืมหายไป และก็ได้มีการประสานเดินทางติดต่อขอแจ้งความ กับเจ้าพนักงานสอบสวนในสถานีตำรวจภูธรอำเภอ ชุมแพ เอาไว้ จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปจนกำหนดครบ 3 เดือนแล้ว ลูกหนี้กลับไม่ยอมชำระเงินตามจำนวนเงินที่ยืมไปพร้อมดอกเบี้ย

โดยลูกหนี้ได้ให้การต่อชั้นศาลว่าไม่เคยทำสัญญากู้ยืมและรับเงินจำนวน 40,000 บาท จากเจ้าหนี้เลย และแม้ว่าจะได้มีการแจ้งความแล้ว ก็ถือได้ว่าเป็นการกระทำของผู้เป็นเจ้าหนี้ฝ่ายเดียว โดยไม่มีมูลพอที่จะเป็นความจริงได้ เพราะฉะนั้นเจ้าหนี้ไม่มีสิทธินำหลักฐานการแจ้งความมาใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากเขาได้ อันเนื่องจากไม่ใช่สัญญากู้ยืมและไม่ใช่หลักฐานการกู้ยืมตามกฎหมายขอให้ยกฟ้อง

ซึ่งทางด้านจำเลยได้ให้การว่า จำเลยไม่เคยทำสัญญากู้ยืมและรับเงินจำนวน 40,000 บาท จากโจทก์ และโจทก์ได้แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอ ชุมแพ เรื่องสัญญากู้ระหว่างโจทก์กับจำเลยหายไป จึงถือได้ว่าเป็นการกระทำของโจทก์ฝ่ายเดียว ซึ่งไม่มีมูลเป็นความจริง เพราะฉะนั้นโจทก์จึงไม่มีสิทธินำหลักฐานการแจ้งความ มาใช้เป็นหลักฐานฟ้องเรียกเงินกู้จากจำเลยได้ เพราะไม่ใช่สัญญากู้ยืมและไม่ใช่หลักฐานการกู้ยืมตามกฎหมายขอให้ยกฟ้องได้

หลังจากนั้นศาลชั้นต้นได้พิพากษา ให้ลูกหนี้ชำระเงิน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้อง จนกว่าจะชำระเสร็จ แต่ลูกหนี้ได้ยื่นขออุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ ภาค 1 ได้พิพากษาให้ยกฟ้องคำร้องของเจ้าหนี้
สรุปคือ ต้องนำสืบพยานบุคคลและสำเนาเอกสารแทนโดยศาลอนุญาต ตามประมวลวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 93(2) 94 ให้ได้เสียก่อนจึงจะสามารถฟ้องร้องบังคับคดีได้นั่นเอง