ว่าด้วยเรื่องเงินประกันเข้างาน

การทำงานนั้นมีความแตกต่างหลากหลายกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดและประเภทของงาน ซึ่งบางกรณีงานที่ทำนั้นอาจเป็นประเภทที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของนายจ้าง หรือต้องอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบชดใช้ของนายจ้าง ที่อาจจะต้องชดใช้แก่สาธารณะ หรือบุคคลที่สาม ดังนั้นเงินประกันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องมีเกิดขึ้นระหว่างลูกจ้างและนายจ้าง

ทั้งนี้สภาพงานที่นายจ้างจะสามารถทำการเรียกหรือรับหลักประกันได้ จะเป็นไปตามประกาศกระทรวงแรงงาน ว่าด้วยเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหาย จากการทำงานจากลูกจ้าง พ.ศ. 2551 ข้อ 4 ได้กำหนดให้ลักษณะหรือสภาพของงาน ที่นายจ้างอาจเรียกหลักประกันการทำงาน หรือหลักประกันความเสียหายจากการทำงานได้ ซึ่งมีอาชีพดังต่อไปนี้

  • งานควบคุมหรือเป็นงานรับผิดชอบ ที่เกี่ยวกับวัตถุมีค่า ยกตัวอย่างเช่น เพชร ทองคำ ทองคำขาว เงิน พลอยไปจนถึงไข่มุก เป็นต้น ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความระมัดระวังสูง สุ่มเสี่ยงต่อการชำรุดเสียหาย หรือสูญหาย หรือแม้แต่การลักทรัพย์
  • งานด้านการติดตามไปจนถึงหน้าที่ในการเร่งรัดหนี้สิน
  • งานสมุห์บัญชี
  • งานรับผิดชอบเกี่ยวกับการคลังสินค้า เช่าทรัพย์ แลกเปลี่ยน ซื้อขาย กู้ยืม เช่าซื้อ รับฝากทรัพย์ รับจำนำ รับจำนอง รับประกันภัย รับโอน ไปจนถึงการรับจัดส่งเงินหรือการธนาคาร และยังต้องเป็นเรื่องที่ เฉพาะลูกจ้างซึ่งเป็นผู้ควบคุมเงินหรือทรัพย์สินเพื่อการที่ว่านั้น
  • งานด้านการเฝ้า หรือ ดูแลสถานที่ หรือการดูแลทรัพย์สินของนายจ้าง หรือสิ่งที่อยู่ในความรับผิดชอบของนายจ้าง
  • งานควบคุม หรือ รับผิดชอบ ยานพาหนะ
  • งานพนักงานเก็บ หรือ การจ่ายเงิน

ส่วนอาชีพอื่น ๆ หากนายจ้างมีการเรียกเก็บเงินประกันการทำงาน จะมีโทษอย่างไร

งานอื่นใดที่มิได้กำหนดไว้ นายจ้างไม่มีสิทธิ์ในการเรียกหลักประกันการทำงาน และ หลักประกันความเสียหายจากการทำงาน โดยไม่ว่าจะประกันด้วยเงิน ประกันด้วยทรัพย์ หรือประกันด้วยบุคคล ก็ตาม เว้นแต่ในกรณีที่มีลักษณะหรือสภาพของงานที่ทำนั้น ลูกจ้างต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับเงินหรือทรัพย์สินของนายจ้าง ซึ่งเป็นเหตุที่อาจทำให้เกิดความเสียหายแก่นายจ้าง โดยประเภทของหลักประกันการทำงาน จำนวนเงิน ไปจนถึงวิธีการเก็บรักษา ขอให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการ จะต้องทำการศึกษาและปฏิบัติให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าหากนายจ้างมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายจ้างจะต้องคืนเงินประกันการทำงานให้กับลูกจ้าง ในเวลาใด ?

นายจ้างจะต้องคืนเงินประกันการทำงาน ให้กับลูกจ้างภายในระยะเวลา 7 วัน โดยหากนายจ้างไม่กระทำการจะถือเป็นความผิด และนายจ้างจะต้องเสียดอกเบี้ย หรือ เงินเพิ่มอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 10