คืนรถแล้วโดนฟ้อง จะทำอย่างไร

ความเข้าใจโดยทั่วไปที่เกิดขึ้นกับใครหลายคน เกี่ยวกับระบบการชำระเงินไฟแนนซ์เพื่อการซื้อรถยนต์ ซึ่งภายหลังเมื่อส่งค่าผ่อนชำระไม่ไหว ก็มักจะเข้าใจว่าเพียงแค่นำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์ก็อาจจะถือว่าเป็นอันจบกัน โดยไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอีก แต่แท้จริงแล้วทราบหรือไม่ว่าอาจไม่ใช่เช่นนั้นเสมอไป และผลร้ายของการที่ไม่ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ก็อาจจะทำให้การวางแผนเกิดการผิดพลาด

โดยการที่ผู้เช่าซื้อนำรถยนต์ไปคืนไฟแนนซ์นั้น บางกรณีก็ไม่สามารถถือว่าสัญญาเช่าซื้อเลิกกันได้ และผู้ที่เช่าซื้อยังจะต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย หลังจากสัญญาเลิกกันอีกด้วย โดยหากพิจารณาจากรูปการณ์ของผู้คนทั่วไป เวลาที่ทำสัญญาเช่าซื้อรถกับไฟแนนซ์แล้วไม่สามารถผ่อนชำระได้ไหว ก็มักจะใช้วิธีปล่อยให้ขาดส่งค่างวดรถติดต่อกัน 3 งวด คือประมาณว่าจะใช้ให้คุ้มต่อแล้วค่อยปล่อยให้ขาด หรือกะจะรอให้ไฟแนนซ์มายึดรถกลับคืนไป

ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้แน่นอนว่าไฟแนนซ์จะมานำรถยนต์คันนั้นไป เพื่อหาทางขายทอดตลาด และก็จะไม่จบอยู่แค่นี้ เพราะจำนวนเงินที่นำไปขายทอดตลาดนั้นมีจุดมุ่งหมาย เพื่อจะนำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ ซึ่งแน่นอนว่าจะหมายถึงหากมูลค่าของรถยนต์ที่นำไปขายทอดตลาดไม่สามารถได้เงินมาเพียงพอต่อมูลหนี้คงเหลือตามสัญญา สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้นั่นก็คือไฟแนนซ์จะทำการฟ้องร้องผู้เช่าซื้อ ให้จะต้องรับผิดชอบส่วนต่างที่ยังไม่ครบ

อย่างไรก็ตามหากมีกรณีที่ผู้เช่าซื้อเป็นฝ่ายนำรถยนต์ไปคืน กับไฟแนนซ์เองอีกทั้งยังกระทำก่อนที่จะผิดนัดครบ 3 งวด ซึ่งหากไฟแนนซ์ยอมรับรถยนต์ดังกล่าวคืน กรณีนี้ก็จะดีกว่าเพราะตามกฎหมายแล้ว จะถือว่าสัญญาเช่าซื้อระงับสิ้นสุดลง หากไฟแนนซ์เป็นฝ่ายยอมรับรถยนต์คืน ก็จะต้องถือว่าคู่สัญญาได้สมัครใจตกลงเลิกสัญญาต่อกัน ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 573

อย่างไรก็ตามยังมีหลายคนที่ไม่รู้ ซึ่งบางกรณีแม้จะมีการตกลงรับรถคืนไปแล้วแต่หากไฟแนนซ์นำรถไปขายได้เงินไม่เพียงพอ ก็อาจจะยังคิดมาฟ้องผู้เช่าซื้อให้รับผิดชอบส่วนต่างที่ค้างชำระ ที่จริงแล้วผู้เช่าซื้อไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา อีกทั้งยังเป็นฝ่ายนำรถกลับไปคืนเองอีกด้วย ซึ่งก็มีหลายคนที่ไม่ยอมสู้คดี แต่กลับไปยอมทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับไฟแนนซ์ ทั้งที่จริงแล้วสามารถสู้ชนะคดีได้

ดังนั้นสิ่งที่จะต้องพึงปฏิบัติในกรณีที่ผ่อนไม่ไหว ก็ควรที่จะนำรถไปคืนไฟแนนซ์เสียก่อน จงอย่าปล่อยให้ขาดชำระเกิน 3 งวด และจะต้องไม่ยอมหากมีกรณีไฟแนนซ์ทำทีกลับมาฟ้อง ก็จงยอมลงทุนจ้างทนายจะคุ้มกว่า ดังนี้แล้วเราก็ไม่ต้องรับผิดชอบส่วนต่างใด ๆ ที่เหลืออีกทั้งสิ้น