ผู้จัดการมรดก มีอายุกี่ปี

สำหรับการทําพินัยกรรมโดยในที่กระบวนการทำพินัยกรรมนั้น มีผู้ดูแลจัดการอยู่ด้วย ซึ่งเรียกว่าผู้จัดการมรดก อันเป็นผู้ที่ได้รับแต่งตั้ง แม้ว่าอาจจะช่วยให้เกิดความสะดวกและมั่นใจมากยิ่งขึ้นต่อขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะเป็นไปอย่างสะดวกราบรื่น แต่ก็อาจจะสร้างข้อกังวลใจได้ หากในกรณีที่ผู้จัดการมรดกได้เสียชีวิตไป ก็จะทำให้เกิดข้อสงสัยว่าสถานะของการเป็นผู้จัดการมรดกนั้นจะทำอย่างไรต่อ ?

ทั้งนี้ สิทธิในการเป็นผู้จัดการมรดก ทางกฏหมายถือเป็น “สิทธิเฉพาะตัวการ” อันทำให้แม้แต่ทายาทของผู้จัดการมรดก ก็ไม่สามารถจะเข้ามารับหน้าที่นี้แทนต่อได้

หากอ้างอิงจากคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 96/2516 ได้ระบุเอาไว้ว่า ผู้จัดการมรดกนั้นเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ที่ได้รับการตั้ง ดังนั้นแม้ว่าผู้จัดการมรดกจะถึงแก่กรรมก็จะต้องถือว่าความเป็นผู้จัดการมรดกเป็นอันสิ้นสุดลง โดยในกรณีที่มีผู้ยื่นฟ้อง ให้ขอถอนออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกนับว่าไม่มีประโยชน์ที่จะพิจารณา และสามารถจำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลได้ รวมถึงคืนค่าตัดสินและค่าคำบังคับด้วย

และหากเป็นกรณีที่ผู้จัดการมรดกได้ทำการลาออก จะสามารถลาออกได้ก็ต่อเมื่อผู้จัดการมรดกนั้นได้เข้ารับหน้าที่ อันไม่ได้มาจากคำสั่งของศาล หากเป็นการรับหน้าที่โดยคำสั่งของศาลในกรณีนี้จะสามารถลาออกได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่ได้รับการอนุญาตจากศาลตราบนั้นให้ถือว่าความเป็นผู้จัดการมรดกยังไม่สิ้นสุดลง ซึ่งหากมีการลาออกโดยพละการจนนำมาซึ่งความเสียหายเกิดขึ้นต่อกองมรดก อันมีสาเหตุมาจากการละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ในกรณีนี้ผู้จัดการมรดกจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

ในกรณีที่ต้องการยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก จะต้องมีการยื่นในระยะเวลาก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นตามมาตรา 1727 วรรคหนึ่ง โดยผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งถือว่ามีสิทธิที่จะสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลชี้ขาดเรื่องผู้จัดการมรดก ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นได้ตาม ป .พ. พ. มาตรา 1727

และหากผู้จัดการมรดกมีคุณสมบัติต้องห้ามอาทิเช่น เป็นบุคคลล้มละลายในกรณีนี้ความเป็นผู้จัดการมรดก ก็ถือว่าจะต้องสิ้นสุดลงด้วยเช่นกัน แต่ตราบใดที่ยังถือว่ามีคุณสมบัติครบถ้วนต่อการเป็นผู้จัดการมรดก ตราบนั้นการทำหน้าที่จะสิ้นสุดลงได้ ต่อเมื่อมีการแบ่งปันมรดกเสร็จสิ้นแล้วอีกจนไม่มีมรดกอะไรหลงเหลือให้ดำเนินการอีกต่อไป ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ดำเนินการอย่างไม่มีอายุกำหนด จนกว่าจะทำหน้าที่แล้วเสร็จหรือตกเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามเท่านั้นนั่นเอง