ภ.บ.ท. 5 คืออะไร

ภ.บ.ท. 5 หรือ ภาษีบำรุงท้องที่ เป็นเอกสารที่รับรองการเสียภาษี ของผู้ที่ครอบครองที่ดินผืนนั้น โดยผู้มีหน้าที่ในการเสียภาษีบำรุงท้องที่ จะต้องเดินทางไปยื่นเอกสาร การชำระภาษีบำรุงท้องที่กับเจ้าพนักงานประเมิน ยังสำนักงานอันเป็นที่ตั้งขององค์กรปกครองท้องถิ่น อันอยู่ในเขตุเดียวกันปีละ 1 ครั้ง โดย ภ.บ.ท. 5 นั้นจะไม่ถือเป็นเอกสารสิทธิในการใช้ที่ดิน ซึ่งออกตามประมวลกฎหมายที่ดิน เพราะฉะนั้นการซื้อขายจึงทำได้เพียง การส่งมอบการครอบครองที่ดินให้แก่กันเท่านั้น ไม่สามารถนำไปใช้จดทะเบียนเป็นเอกสารสิทธิหรือนิติกรรมได้อย่างสมบูรณ์

สำหรับรายชื่อผู้เป็นเจ้าของเอกสาร ภ.บ.ท. 5 ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องเป็นรายชื่อเจ้าของที่ดินนั้นเสมอไป โดยสามารถใช้ชื่อคนอื่นเป็นเจ้าของเอกสารนี้แทนได้ ขณะเดียวกันพื้นที่ในที่ดินเอง อาจจะเป็นที่สิ่งหวงห้ามที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ ที่จะออกเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน

ด้วยเหตุนี้การซื้อขายที่ดินโดยมี ภ.บ.ท. 5 เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียว จึงค่อนข้างเสี่ยงต่อผู้ที่ต้องการซื้อที่ดิน อีกทั้งยังอาจเป็นช่องทางที่ผู้ประพฤติหลอกลวงอาจนำไปใช้แอบอ้างได้ ซึ่งแท้จริงแล้วนับว่ามีความเสี่ยงสูงมากหากจะใช้เอกสารชนิดนี้มาอ้างอิงในการซื้อขาย แต่ถ้าหากต้องการจะซื้อขายกันจริง ๆ และต้องการความมั่นใจมากขึ้นก็ควรให้ผู้ขายทำเรื่องยื่นคำขอออกหนังสือในการประสงค์แสดงสิทธิในที่ดิน ตามประมวลกฎหมายอย่างชอบธรรม เพื่อพิสูจน์สิทธิก่อนว่าสามารถออกเอกสารสิทธิได้หรือไม่

สำหรับการคำนวนปริมาณพื้นที่ภายในที่ดินตาม ภ.บ.ท. 5 นั้น ไม่ว่าจะใช้การคำนวณอย่างไรมันก็ย่อมที่จะมีผลลัพธ์ไม่ตรงกับที่ระบุไว้ในเอกสาร เพราะถือว่าเป็นที่ดินที่ไม่มีหลักฐานสำหรับที่ดินเนื่องจากกรมที่ดินไม่เคยเข้ามาวัดและคำนวณพื้นที่ พร้อมบันทึกข้อมูลตามความเป็นจริงมาก่อน ซึ่งรูปแบบการวัดโดยกรมที่ดินนั้น จะใช้วิธีการวัดแผนที่ตามหลักการสูตรวิชาการทางแผนที่ตามมาตรฐานสากล ที่ทั้งความละเอียดและความแม่นยำที่สูงกว่า
สามารถปลูกที่อยู่อาศัย ทั้งบ้านและอาคารบนพื้นที่อันเป็น ภ.บ.ท. 5 ได้หรือไม่ ?

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของและถือสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของเอกสาร ภ.บ.ท. 5 สามารถปลูกอาคารบ้านเรือนบนพื้นที่เหล่านั้นได้ ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการยื่นขออนุญาติปลูกสร้างอาคารจาก อบต. เสียก่อนอย่างถูกต้อง เมื่อเสร็จแล้วจะได้ใบอนุญาตก่อสร้าง จากนั้นจึงนำใบอนุญาตก่อสร้างที่ อบต. ออกให้ ไปยื่นขอเลขที่บ้านกับผู้ใหญ่บ้านที่ปกครองอยู่ในพื้นที่เขตนั้น แล้วจึงนำเลขที่บ้านไปขอออกทะเบียนบ้านกับทางที่ว่าการอำเภอ เมื่อมีทะเบียนบ้านก็เป็นอันเสร็จ หลังจากนั้นก็สามารถติดต่อขอใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์ได้ต่อไปตามปกติเป็นอันสมบูรณ์