คุณสมบัติของ SWOT มีลักษณะอย่างไร

คุณเคยได้ยินคำว่า SWOT ผ่านหูมาบ้างหรือไหม SWOT คือคำย่อที่ใช้เป็นหลักกลยุทธ์การบริหารในการ วิเคราะห์การตลาดภายในองค์กร ส่งเสริมการบริหารที่มีประสิทธิภาพ และ ยกระดับศักยภาพภายในองค์กรให้สูงขึ้น โดยเน้นคำนึงถึงความได้เปรียบทางการตลาด ประกอบไปด้วยส่วนต่าง ๆ ดังนี้

S หรือ Strengths (จุดแข็ง)
คือ ปัจจัยที่ทำให้เกิดจุดแข็งภายในองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์ และ ได้เปรียบคู่แข่ง เช่น จุดแข็งในเรื่องประสิทธิภาพด้านการผลิตที่รวดเร็ว และได้ปริมาณมากกว่าคู่แข่ง หรือ สินค้าที่คุณภาพสูงกว่าสินค้าของคู่แข่ง

W หรือ Weaknesses (จุดอ่อน)
คือ ปัจจัยใดก็ตามที่ทำให้เกิดจุดอ่อนภายในองค์กร ซึ่งเป็นจุดด้อยกว่าคู่แข่งทางการตลาด และทำให้องค์กรเกิดความเสียเปรียบ เช่น ปริมาณการผลิตที่น้อยกว่าคู่แข่งทางการตลาด คุณภาพของสินค้า หรือ ทรัพยากรบุคคล ที่อยู่ในระดับต่ำกว่าคู่แข่ง

O หรือ Opportunities (โอกาส)
คือ ปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปิดรับจากภายนอกขององค์กร ซึ่งเข้ามาเอื้อผลประโยชน์ต่าง ๆ ให้กับองค์กร ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้ดีขึ้น เช่น  สภาพเศรษฐกิจที่ขยายตัว การให้ความสนใจของนายทุนต่างถิ่น ซึ่งจะเกิดได้ทั้งจากการเข้ามาหาเอง หรือ ออกไปแสวงหาโอกาสด้วยตัวเอง

T หรือ Threats (อุปสรรค)
คือ ปัจจัยที่เกิดจากภายนอก และมีผลกระทบให้การดำเนินงานภายในองค์กรเกิดการติดขัด ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการคาดการณ์ล่วงหน้า การรู้จักปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้อง หรือ การเร่งขจัดปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อไม่ให้ค้างคาจนกลายเป็นปัญหาใหญ่โต

ขั้นตอนการวิเคราะห์ SWOT

เมื่อรู้จักกับปัจจัยทั้ง 4 ของ  SWOT กันแล้วก็เหลือเพียงการทำความเข้าใจในการนำ SWOT มาใช้วิเคราะห์ธุรกิจและการตลาด ซึ่งหลักการวิเคราะห์  SWOT นั้น สิ่งสำคัญจะต้องประกอบไปด้วย การประเมินสภาพแวดล้อมภายในองค์กร วิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ที่มีอย่างรอบด้าน ทั้งความสามารถภายในองค์กร เช่น โครงสร้างการดำเนินธุรกิจ ระบบ  วิธีปฎิบัติงาน ระเบียบในที่ทำงาน รวมถึงการวิเคราะห์ทรัพยากรภายในทั้ง เงินทุน สินค้า วัสดุอุปกรณ์ และ กำลังคน ภายในบริษัท นอกจากนี้ยังควรต้องวิเคราะห์จุดแข็งภายในองค์กร

ให้มองหาว่ามีปัจจัยใดบ้างภายในองค์กร ที่ได้เปรียบขู่แข่งทางการตลาด หรือ มีปัจจัยใดที่สามารถผลักดันเพื่อสร้างความได้เปรียบขึ้นได้บ้างทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือวิเคราะห์จุดอ่อนภายใน

มองหาว่ามีปัจจัยใดบ้างภายในองค์กร ที่เป็นจุดเสียเปรียบหรือจุดด้อย และ ให้วิเคราะห์หาวิธีแก้ไขปรับปรุงใหม่ จากปัญหาขององค์กร กลายเป็นปัจจัยที่เอื้อประประโยชน์ต่อองค์กร
อีกทั้งยังต้องมีการประเมินสภาพแวดล้อมภายนอก เพราะผลประโยชน์นั้นไม่ได้อยู่แต่เพียงภายในองค์กรเพียงอย่างเดียว

ผู้บริหารที่ดีควรที่จะวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์กรด้วย โดยจะทำให้เห็นถึงโอกาสและอุปสรรค ที่เข้ามามีผลกระทบกับองค์กร ทั้ง สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงของสังคม เป็นต้น