กลยุทธ์ คืออะไร?

นอกจากการวางแผนทางธุรกิจจะช่วยให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อยากถูกต้องตามวัตถุประสงค์สู่ความสำเร็จได้แล้วนั้น หากมีการวางกลยุทธ์ด้วยจะช่วยให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จากการดำเนินการจัดวางกลยุทธ์อย่างมีระบบ ทั้งการสำรวจตลาด การวิเคราะห์หนทางสู่ความเป็นไปได้ วิธีการการดำเนินธุรกิจแบบลดความเสี่ยง หรือเทคนิคการสร้างความได้เปรียบทางตลาด ล้วนเป็นการวางกลยุทธ์ที่พบได้ทุกบริษัททั้งสิ้น โดยผู้บริหารที่ดีมีความสามารถควรทำทั้งการวางแผนล่วงหน้า และการหาเทคนิคกลยุทธ์หลากรูปแบบมาใช้ในการดำเนินธุรกิจอยู่เสมอ

รูปแบบการวางกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพ

1.การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมรอบด้าน ด้วยการนำหลัก SWOT มาใช้

SWOT ถือเป็นหลักการวิเคราะห์เชิงธุรกิจที่สำคัญและเป็นพื้นฐานที่ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการเก่าหรือใหม่ ล้วนต้องคำนึงถึงสิ่งนี้เป็นประการแรก โดย SWOT ประกอบเป็นตัวอักษรคำย่อที่สามารถแยกออกมาได้เป็น 4 ความหมายดังต่อไปนี้

Strengths (จุดแข็ง)
จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบทางการตลาดที่ทำให้บริษัทมีความแข็งแกร่ง เช่น จุดแข็งทางการผลิต จุดแข่งทางการเงินภายในองค์กร

Weaknesses (จุดอ่อน)
จุดด้อยของบริษัทที่ทำให้เสียเปรียบคู่แข่งทางการตลาด เช่นปัญหาทางด้านทรัพยากรที่มีไม่เพียงพอ หรือ ปัญหาทางด้านการเงิน

Opportunities (โอกาส)
สภาพแวดล้อมภายนอก ที่เอื้อประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อมกับบริษัท

Threats (อุปสรรค)
สภาพแวดล้อมภายนอก ที่เข้ามาสร้างปัญหาให้กับบริษัททั้งทางตรงและทางอ้อม

โดยปัจจัยทั้ง 4 นี้เป็นสิ่งที่ต้องนำไปวิเคราะห์ทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกและภายในบริษัท ว่ามีปัจจัยใดที่ควรนำไปสานต่อ หรือ มีปัจจัยใดที่ต้องเร่งแก้ไขปรับปรุงอย่างรวดเร็ว และอย่างลืมมองหาโอกาสดีที่เหมาะแก่การคว้าไว้เพื่อยกระดับความก้าวหน้าให้กับบริษัท

2.วิธีการการจัดทำเพื่อการเตรียมพร้อม

เมื่อวิเคราะห์องค์ประกอบปัจจัยต่าง ๆ ได้แล้วทีนี้ก็ให้จัดทำวิธีการจัดการที่จะให้ผลลัพธ์ที่สามารถจับต้องได้ออกมา ทั้งวิธีการนำจุดแข็งไปสร้างจุดขายให้กับบริษัท วิธีการเตรียมพร้อม รับมือ และป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่อาจเป็นปัญหากับการดำเนินธุรกิจในอนาคต วิธีการจัดการปรับปรุงแก้ไขหรือกำจัดจุดด้อยที่เป็นตัวถ่วงธุรกิจ เป็นต้น

3.ลงมือปฏิบัติ

เมื่อทำการวิเคราะห์ถึงปัจจัยหลาย ๆ ด้าน และพร้อมที่จะดำเนินการตามวิธีการที่เตรียมไว้ ก็เหลือแค่ว่าผู้บริหารจะมอบหมายหน้าที่จัดการให้ใครเป็นคนดำเนินการ เพราะผู้บริหารก็มีภาระอื่น ๆ ที่ต้องทำเหมือน ขณะเดียวกันพนักงานฝ่ายจัดการที่มีความสามารถเฉพาะทางในการปฏิบัติการได้ดีกว่า ย่อมเหมาะสมกับการรับงานไปสานต่อ และจัดการให้ประสบผลสำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามผู้บริหารก็ต้องเข้ามาตรวจสอบด้วยว่า งานที่มอบหมายให้มีการจัดที่ถูกต้องและอยู่ในขอบเขตของวัตถุประสงค์ที่ต้องการหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้งานออกมามีคุณภาพและไปถึงจุดที่ตั้งเอาไว้ได้