การเมือง คืออะไร ?

เนื่องจากมนุษย์มีการอยู่ร่วมกันเป็นระบบสังคม และนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน สังคมของมนุษย์ได้มีการขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเพิ่มจำนวนของประชากรที่มีปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้จะเป็นต้องมีกระบวนการจัดระเบียบและควบคุม ให้ผู้คนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติโดยมีโอกาสเกิดปัญหาให้น้อยที่สุด หลักการบริหารจัดการบ้านเมือง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า การเมือง จึงถือกำเนิดขึ้น ซึ่งการศึกษาและทำความเข้าใจถึงความหมาย และบทบาททางการเมือง ก็นับเป็นสิ่งหนึ่งที่บุคคลที่มีฐานะเป็นประชาชนอย่างเรา ๆ ควรทำความเข้าใจกันเพื่อการสร้างความรู้ความเชี่ยวชาญให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความหมายของ การเมือง

การเมือง (politic) เป็นคำที่มีรากศัพท์ภาษา กรีก จากคำว่า “polis” ที่มีความหมายแปลว่า รัฐ หรือ ชุมชนทางการเมือง โดยการเมือง หมายถึง วิธีการที่นำไปสู่การตัดสินใจของกลุ่มคนที่มีอำนาจ และอาจนำไปสู่การดำเนินกิจกรรมที่เกิดขึ้น จากการร่วมมือของกลุ่มคนที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่บริษัท วงการศาสนา หรือนักวิชาการ

ซึ่งคำว่าการเมืองนั้นเป็นคำที่มีความหมายค่อนขว้างกว้าง และยังมีนักวิชาการอีกทั้งผู้ที่ทำความเข้าใจกับเรื่องนี้ ได้ให้นิยามในทิศทางที่มีความคล้ายคลึงกัน ดังต่อไปนี้

  • การเมือง โดย เพลโต (Plato) นักปราชญ์กรีก “บิดาแห่งปรัชญาการเมือง” ได้ให้ความหมายของการเมืองว่า “เป็นกิจกรรมอย่างหนึ่งที่มีจุดประสงค์แสวงหาความยุติธรรม และเพื่อการดํารงชีวิตของสังคมในทิศทางที่ดีขึ้นไป”
  • ฮาโรลด์ ลาสเวลล์ ( นักโทษ ) ได้ให้นิยามการเมืองสั้น ๆ ว่า เป็นการตัดสินว่า “ใครจะได้อะไร เมื่อใด และอย่างไร”

ชลธิศธีระฐิติ (2551,น. 278-280)

คำว่า การเมือง หมายถึง การจัดการและจัดสรรสิ่งที่มีคุณค่าและทรัพยากรที่มีประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคม ผ่านการใช้อำนาจอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่ว ซึ่งสามารถทำให้ประชาชนมีการปฏิบัติตามได้โดยชอบธรรม หรืออาจจะเรียกได้ว่า การเมือง เป็นเรื่องของคนกลุ่มหนึ่งซึ่งมีอำนาจได้ใช้อิทธิพลต่อคนอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เป็นระบบ ควบคุมได้ แต่ส่งผลถึงประโยชน์ส่วนรวม
ซึ่งนอกจากอิทธิพลแล้วยังสามารถใช้ปัจจัยอื่นมาประกอบได้ด้วย ตัวอย่างเช่น วัฒนธรรม ความศรัทธา ความยุติธรรม ความผาสุข ความนิยม ความมั่งคั่ง ทักษะวิชาการ เป็นต้น ขณะเดียวกันการเมืองยังถูกตีกรอบเอาไว้เป็นความสัมพันธ์ของมนุษย์ โดยสามารถแยกออกจากความสัมพันธ์ของมนุษย์ในระบบย่อยอื่น ๆ ตามภาวะและรูปการณ์ของสังคมได้ อาทิ ระบบเศรษฐกิจ ระบบการศึกษา หรือ ระบบวัฒนธรรม
นับตั้งแต่ความก้าวหน้าทางด้านต่าง ๆ ที่ก่อเกิดเป็นสังคมมนุษย์ขนาดใหญ่ ย่อมไม่สามารถที่จะหลีกหนีการมีอยู่ของ การเมืองได้ การยอมรับและรู้จักศึกษาทำความเข้าใจกับการเมือง จึงเป็นหนทางของผู้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณภาพ เพื่อสร้างประโยชน์ให้แก่ตนเองและคนรอบข้างได้นั่นเอง