การจัดการทรัพยากรมนุษย์

การจัดการทรัพยากรมนุษย์นั้นจำเป็นขนาดไหน และ จำเป็นอย่างไรที่เราต้องรู่จักการบริหารทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นเพราะมนุษย์คือแรงขับเคลื่อนการอยู่ร่วมกันให้ประสบผลสำเร็จในจุดมุ่งหมายต่าง ๆ ที่วางเอาไว้ ซึ่งมนุษย์นั้นค่อนข้างมีความหลากแหลายทางความคิดและทักษะการทำงานที่มีทั้งเหมือนบ้างและไม่เหมือนบ้างแตกต่างกันไป และ ด้วยความหลากหลายนี้ หากไม่มีการจัดการอย่างเป็นระบบงาน การดำเนินงานก็อาจเป็นไปได้อย่างล้าช้าหรือเลวร้ายสุดก็อาจล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า ในทางกลับกันหากมีการวางแผนการจัดการอย่างเป็นระบบประสิทธิภาพการทำงานก็จะทำให้สำเร็จตามเป้าในขอบระยะเวลาที่กำหนด หรือ อาจทำได้ดีกว่าตามเป้าที่วางเอาไว้เสียอีก

การจัดการทรัพยากรมนุษย์ หมายถึง?

กระบวนการจัดการต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์ ทั้ง การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานกับบริษัท การประเมินและมอบหน้าที่การจัดการให้พนักงาน การจัดสวัสดิการที่เหมาะสมให้กับพนักงาน การควบคุมบุคลากรให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งแบบเดี่ยวหรือแบบกลุ่ม และ อื่น ๆ อีกมากมายที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของมนุษย์ โดยกระบวนการการจัดการทรัพยากรมนุษย์แบ่งออกได้เป็น 3 ระยะดังนี้
1ระยะการพิจารณาคัดเลือกหรือได้มาซึ่งทรัพยากรมนุษย์

1.1 การวางแผน

ให้ประเมินกำหนดอัตรากำลังทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพราะบุคลากรนั้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาทั้งผู้ที่ถูก โอน ย้าย หรือ เกษียณ และ แม้กระทั่งผู้ที่ต้องการลาออก จึงจำเป็นต้องมีการทำประวัติบุคลากรให้ดี เพื่อให้สามารถประเมินกำหนดกรอบการรับบุคลากรได้อย่างเหมาะสม

1.2 การเสาะหา

การรู้จักดึงดูดบุคคลภายนอกหรือภายในองค์กรให้เข้ามาร่วมสมัคงานภายในองค์กรณ์ของเรา แต่ต้องเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมกำกับทำงานด้วย ซึ่งอาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีรับสมัคเดิมๆเพียงอย่างเดียว อาจมีการสอบแข่งขัน หรือ การสัมภาษณ์เพื่อความหลากหลายทางการเปิดรับ

1.3 การคัดเลือก

การพิจารณาจากสอบสัมภาษณ์หรือดูจากประวัติบุคคล การวัดความรู้ การทดลองฏิบัติงาน การทดสอบทางจิตวิทยา โดยควรกำหนดความยากง่ายให้เข้ากับสายงานที่เปิดรับ

1.4 การปฐมนิเทศ

เป็นการเปิดรับพนักงานใหม่ให้เข้าใจวัฒนธรรมภายในองค์กร หรือ ระบบการทำงาน ให้พนักงานเรียนรู้แนวทางให้สามารถปรับตัวได้

2.ระยะการควบคุมดูแลและรักษาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างปฏิบัติงาน

แม้จะผ่านการคัดเลือกมาแล้ว ก็ควรที่จะมีการติดตามดูแล และ ประเมินพนักงานอยู่อย่างสม่ำเสมอ ทั้งการประเมินผลงานระเบียบวินัยของพนักงาน การฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพพนักงาน การติดตามดูแล เช่น การคอยช่วยเหลือให้คำปรึกษา การสังเกตดูแลตรวจเช็คสุขภาพให้มีความปลอดภัย การมอบสัวสดิการ บริหารค่าตอบแทนตามผลงานของพนักงานที่ดีขึ้นก็ควรเพิ่มขึ้น

3.ระยะพ้นจากงาน

การพ้นจากงานนับเป็นผลกระทบที่ใหญ่หลวงต่อพนักงาน ซึ่งเราไม่อาจรู้ได้ว่าเมื่อเขาพ้นจากงานไปแล้วจะมีผลกระทบมากขนาดไหนต่อชีวิตเขาบ้าง สวัสดิการจึงเป็นสิ่งที่ควรมีให้เพื่อเป็นการตอบแทนที่เขายอมอดทนลงแรงกับเรื่องต่างๆ ไม่ว่าเขาคนนั้น จะลาออก หรือ ถูกไล่ออก รวมถึงผู้ที่เกษียณจากการทำงาน