การเรียนการสอน คือ

การเรียนการสอน แม้จะเป็นคำคนละความหมายที่เอามาผนวกกัน ทั้งคำว่า “การเรียน” ที่หมายถึง การเรียนรู้โดยการรับเอาข้อมูลเนื้อหาสาระ ทั้งแบบวิชาการหรือแบบความรู้ทั่วไป รวมถึง ทักษะ และ พฤติกรรม มาเก็บไว้ในสมองเพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม กับ”การสอน” ที่มีความหมายว่า การให้หรือการถ่ายทอดความรู้อันเป็นเนื้อหาสาระ เพื่อให้ผู้รับเกิดการเรียนรู้ซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มักชอบเรียกสองประโยคนี้ไปพร้อม ๆ กันจนกลายเป็นคำที่มีความหมายครอบคลุม

ถึงนิยามของการเรียนการสอนจะมีนิยามหรือความหมายที่ค่อนข้างกว้าง แต่สามารถแปลความหมายโดยรวมคร่าว ๆ ได้ว่าการเรียนรู้ศึกษา หรือรับรู้ข้อเนื้อหาสาระอันเป็นประโยชน์ ทั้งเรื่องของวิชาการ ทักษะด้านต่าง ๆ และการขัดเกลาพฤติกรรมจากการอบรมสั่งสอนตามความเหมาะสมของศักยภาพผู้เรียน ด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ทั้ง การพูด การแสดงตัวอย่าง หรือ การให้ทดลองทำแล้วชี้แนะ เป็นต้น

รูปแบบของการเรียนการสอน

จะสังเกตได้ว่าหลายโรงเรียนมีหลักการเรียนการสอนที่มีพื้นฐานคล้าย ๆ กัน แต่นักเรียนนั้นกลับมีทักษะที่ไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากตัวนักเรียน แต่รูปแบบการสอนก็มีอิทธิพลกับตัวนักเรียนไม่น้อยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นรูปแบบการสอนจึงจำเป็นต้องมีทักษะแบบแผนในการสื่อสารที่เข้าใจง่าย เพื่อให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้ไวและมากที่สุด สามารถจดจำนำไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ทั้ง วิธีการสอน ขั้นตอน ยุทธศาสตร์การสอน กิจกรรมเสริมทักษะ ซึ่งจะมีคุณภาพกว่าการท่องจำในตำราการเรียนการสอนทั่วไปในห้องเรียน ซึ่งสามารถเปรียบเทียบได้กับอาจารย์สอนติวเตอร์อิสระในปัจจุบัน ที่มีรูปแบบการสอนที่แปลกใหม่ และ กระตุ้นการเรียนรู้ได้ดีกว่า

นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการเรียนการสอนที่มีวัตถุประสงค์เจาะจงเฉพาะ ที่มุ่งเน้นยกระดับสติปัญญาด้านอื่น ๆ อีกซึ่งจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1.การพัฒนาทักษะกระบวนการ (Process Skill)

เป็นการพัฒนาทักษะด้านสติปัญญาในการดำเนินการที่มีความซับซ้อน ซึ่งต้องใช้ความคิด ในการวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ให้แตกฉาน เช่น การสร้างสรรค์ การสืบสวน การใช้วิจารณญาณ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องใช้เหตุผลมาประกอบการตัดสินใจ

2.การพัฒนาด้านทักษะพิสัย (Psycho-Motor Domain)

การพัฒนาทักษะความสามารถ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้ลุล่วงสำเร็จ และ มีความกล้าแสดงออก กล้าที่จะริเริ่มลงมือทำ ผ่านการทำงานอย่างเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน

3.การพัฒนาด้านพุทธิพิสัย (cognitive domain)

ช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ ให้เข้าถึงกับเนื้อหาสาระ ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งความรู้ที่เป็นข้อมูล ความคิดโดยรวม มโนทัศน์ และเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเอง

4.การพัฒนาด้านจิตพิสัย (Affective Domain)

เป็นการปลูกฝังความรู้เชิงปรัชญาที่เป็นความรู้เชิงลึกและเกิดการเข้าใจได้ยาก ซึ่งจะเป็นการเรียนให้เข้าถึง ความรู้สึก สามัญสำนึก คุณธรรม จริยธรรม เจตคติ โดยจะสอนค่อย ๆ ซึมซับอย่างค่อยเป็นค่อยไป

5.การสอนแบบเน้นการบูรณาการ (Integration)

เป็นแบบการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นการพัฒนาความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างทั่วถึงไปพร้อม ๆ กัน ทั้งวิธีการ เนื้อหาสาระ และ การปฏิบัติ
โดยการเรียนการสอนทุกแบบนี้ต่างมีจุดประสงค์ที่สามารถ นำพาให้ยกระดับองค์ความรู้ได้ทั้งสิ้น