ขั้นตอนการทำวิจัย

องค์ความรู้ทั้งหมดที่มนุษย์ได้ค้นพบและวิวัฒนาการ พัฒนาขึ้นมาตามยุคสมัย มีอยู่หลายแขนงที่ก่อนจะนำความรู้นั้นมาใช้ จำเป็นจะต้องผ่านกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเสียก่อน โดยเฉพาะข้อมูลความรู้ที่จะนำมาใช้กับเรื่องที่อาจส่งผลกระทบ หากความรู้นั้นเกิดข้อผิดพลาด ดังนั้นแล้วจึงจะต้องแน่ใจอย่างที่สุดเสียก่อน ผ่านกระบวนการในการพิสูจน์ข้อเท็จจริง โดยที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่นั้นเรามักจะใช้การดำเนินงานที่เรียกว่า “การวิจัย” ซึ่งถือเป็นขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญของหลักการทางวิทยาศาสตร์
อย่างไรก็ตามการทำวิจัยนั้น มิได้จำกัดไว้แต่เพียง ความต้องการทราบความเป็นจริงเพื่อความรู้นำไปใช้ อย่างปลอดภัยที่สุดเท่านั้น แต่การวิจัยยังมีคุณสมบัติที่รองรับจุดประสงค์อื่นอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการแสวงหาเพิ่มพูนความรู้ใหม่ ๆ หรือการนำผลงานการวิจัยไปทำความรู้จักกับสิ่งต่าง ๆ ที่มนุษย์อาจยังไม่ค้นพบ

ความหมายของคำว่าการวิจัยย่อมมีหลากหลายคำนิยาม โดยตัวอย่างที่เรานำเสนอในที่นี้ได้มีการให้คำนิยามเอาไว้โดย ผศ.ดร.มนูญ ศรีวิรัตน์ ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้

“การวิจัยคือการศึกษาค้นคว้าอย่างมีระเบียบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อมุ่งแสวงหาคำตอบสำหรับปัญหา รวมไปถึงคำถามจากการวิจัยที่มีการกำหนดเอาไว้ การเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ อันจะทำให้เกิดการพัฒนาความก้าวหน้าทางวิชาการ อีกทั้งยังทำให้เกิดประโยชน์ในทางปฏิบัติ ผ่านกระบวนการอันได้รับการยอมรับในวิทยาการแต่ละสาขา”

การวิจัย อันถือเป็นการวิจัยที่มีลักษณะที่ดี

  1. จะต้องมีความสมดุลย์เหมาะสมกับทรัพยากรและความสามารถ รวมถึงจะต้องมีขอบเขตที่สอดคล้องกับความรู้
  2. ต้องมีกระบวนการรวบรวมข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นความรู้ใหม่หรือความรู้เดิม สำหรับกรณีที่การวิจัยนั้นมีจุดประสงค์เพื่อตรวจสอบซ้ำเพิ่มเติม
  3. การทำงานวิจัยจะต้องมุ่งสู่การหาข้อสรุปและข้อยุติ
  4. มีการตั้งเป้าหมายเหตุผลที่ชัดเจนสำหรับการทำงานวิจัยนั้น
  5. สำหรับการวิจัยในเรื่องของปัญหาที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ และวิธีการศึกษา หรือเกี่ยวข้องกับเรื่องของประชากร จะต้องไม่ซ้ำซ้อนกับงานวิจัยอื่น
  6. การทำวิจัยใด ๆ ก็ตาม ควรจะต้องมีความพร้อมสำหรับเครื่องมือและเทคนิคโดยเฉพาะประสิทธิภาพการเก็บรวบรวมข้อมูล
  7. การบันทึกรายการ และเขียนรายงานการวิจัย นับเป็นเรื่องที่จะต้องทำอย่างเคร่งครัด และต้องกระทำอย่างระมัดระวังในความถูกต้องตามความเป็นจริง

ประโยชน์ของงานวิจัย

การทำงานวิจัยนั้นถือว่ามีความสำคัญ ต่อกระบวนการขับเคลื่อนสังคมโลกเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเสริมสร้างความรู้ทางวิชาการ พัฒนาการศึกษา คลังข้อมูลของงานวิจัยยังจะสามารถนำไปกำหนดนโยบายการวางแผนต่าง ๆ อันจะช่วยเป็นรากฐานที่สนับสนุนความน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายทอดให้ผู้ศึกษาใหม่ ได้ใช้ทฤษฎีและวิธีปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

รวมถึงยังช่วยให้โครงสร้างสังคม สามารถรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมปัญหาทางสังคม อันจะเกิดการแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้นและมีประสิทธิภาพ ผ่านกระบวนการวินิจฉัยและส่งเสริมการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ในขณะเดียวกันในเรื่องของภาคธุรกิจ ก็จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตามผล และประเมินผลการปฏิบัติขององค์กรได้อย่างมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น