ภูมิลำเนาคืออะไร ?

ในการอยู่รวมกันของประชากรจำนวนมาก การจัดทำฐานข้อมูลถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากต่อการระบุตัวตนภายในสังคม อีกทั้งยังนำไปใช้สำหรับการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะการสมัครเรียน การสมัครงาน การติดต่อทำสินเชื่อกับทางธนาคาร หรือการติดต่อในการดำเนินการด้านต่าง ๆ ทางด้านกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็น ชื่อ อายุ วันเดือนปีเกิด บิดา-มารดา สถานะ(นักเรียน ผู้ประกอบการ หรืออาชีพต่าง ๆ ) ไปจนถึงที่อยู่และภูมิลำเนา ซึ่งมีความสำคัญมากในการนำไปใช้พิจารณาถึงความน่าเชื่อถือ และคุณสมบัติที่เหมาะสม แต่ ภูมิลำเนา นั้นมีความสำคัญอย่างไรแล้วมันมีความหมายว่าอะไรกันแน่ รวมถึงมันจึงมีบทบาทอย่างไร และทำไมหลายคนต่างจำเป็นที่จะต้องกำหนดการมีภูมิลำเนา

ภูมิลำเนาคืออะไร

ภูมิลำเนา ส่วนใหญ่มักจะเข้าใจกันว่าหมายถึงชื่อที่มีอยู่ในทะเบียนบ้าน ซึ่งจะเข้าใจกันอย่างนั้นก็ไม่ผิด แต่หากเป็นในความหมายทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ ภูมิลำเนา จะหมายถึง สถานที่อันเป็นที่อยู่อาศัยของผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งต้องการจะมีการผูกมัดหรือผูกสัมพันธ์กับอีกฝ่าย ซึ่งคำว่าภูมิลำเนานั้นสามารถใช้ได้กับบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล

ภูมิลำเนาของบุคคลธรรมดา

คือถิ่นที่อยู่ของบุคคลคนซึ่งอาศัยอยู่เป็นประจำ หรืออาจเป็นภูมิลำเนาของนิติบุคคล แต่ต้องเป็นที่อยู่ประจำและสามารถระบุได้อย่างแน่นอน ส่วนในกรณีที่มีการเปลี่ยนภูมิลำเนา จะต้องมีการแจ้งการย้ายภูมิลำเนาพร้อมทั้งมีการระบุถึงเจตนาด้วยทุกครั้ง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้วางหลักเกี่ยวกับภูมิลำเนาของบุคคลไว้

ภูมิลำเนาของนิติบุคคล

ได้แก่ที่ตั้งของบริษัทหรือองค์กรขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่ตั้งทำการอย่างเป็นหลักเป็นแหล่ง และยังรวมไปถึง ภูมิลำเนาเฉพาะ อันเป็นพื้นที่ที่ได้เลือกตามข้อบังคับหรือตราสารจัดตั้ง โดยตามมาตรา 68 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สามารถแยกภูมิลำเนาของนิติบุคคลออกได้เป็น 3 ประการ ได้แก่

  1. ถิ่นที่ตั้งซึ่งนิติบุคคลได้เลือกกำหนดให้สถานที่นั้นเป็นภูมิลำเนาเฉพาะ ตามข้อตกลงหรือตราสารของนิติบุคคล
  2. ถิ่นที่ตั้งอันเป็นของสาขาในเครือสำนักงานนั้น ๆ ที่กิจการของนิติบุคคลนั้นได้สร้างขึ้น
  3. ถิ่นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ของที่นิติบุคคลประจำการอยู่

ความสำคัญของภูมิลำเนา

ภูมิลำเนาเป็นหนึ่งในหลักฐานที่จำเป็นต้องใช้ ต่อการยื่นขอสิทธิด้านต่าง ๆ ตามกฎหมาย เพื่อความสะดวกต่อการตรวจสอบและความถูกต้อง ที่อยู่ในกรอบของกฎหมายกำหนด ซึ่งหากขาดส่วนนี้ไปผู้นั้นก็จะขาดสิ่งที่ใช้ยืนยันถึงผู้ที่อยู่อาศัยอย่างถูกต้องภายในประเทศได้ รวมไปถึงอาจถูกตัดสิทธิ์ในหลาย ๆด้านทำให้ขาดสิทธิในการเข้าถึงบริการต่าง ๆ ของรัฐบาลอีกด้วย และนอกจากนี้ยังอาจไม่ได้รับความเชื่อถือต่อการติดต่อใช้บริการในภาคเอกชนต่าง ๆ บางประเภทอีกด้วย