สารนิพนธ์ คืออะไร ?

หากใครที่เข้าสู่ระดับมหาลัยศึกษา ต่างจะต้องได้ยินคำว่า สารนิพนธ์ โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่การศึกษาหลักสูตรระดับมหาบัณฑิต ซึ่งเป็นสาขาที่เน้นการศึกษาวิชาแบบไม่ต้องทำวิทยานิพนธ์  ซึ่งมีรูปแบบเรียนรู้ศึกษาผ่านการค้นคว้าในระบบอิสระ โดยจะเป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่ได้มาจากผลงานอันเป็นของบุคคลอื่น แต่จะมีการคัดกรอง วิเคราะห์เนื้อหา และสรุปประเด็นซ้ำให้ออกมาแตกต่าง เข้าใจได้ง่ายกว่า หรือกล่าวง่าย ๆ ว่าเป็นงานวิจัยซ้อนที่ไม่ได้ลงมือวิจัยเองก็ย่อมได้

ความหมายของ สารนิพนธ์

มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “การค้นคว้าอิสระ” (Independent Study) โดยความหมายนั้นก็ตรงตามชื่อนั่นเองอันหมายถึง การค้นคว้าทำความเข้าใจกับความรู้นั้น ๆ แบบไม่จำกัดรูปแบบของการศึกษา ซึ่งวิธีการจะเป็นการหาความรู้เนื้อหาสาระที่ผ่านการวิจัยจากแหล่งต่าง ๆ มาแล้ว นำมาสรุปใหม่ให้อยู่ในหัวข้อเรื่องเดียวกัน แต่มีเนื้อหาต่างกัน และ ศึกษาได้ง่ายกว่า

หลักการเขียนโครงการสารนิพนธ์

การเขียนโครงการสารนิพนธ์ จำเป็นที่จะต้องมีการวางหลักการเขียน อย่างเป็นระบบเพื่อให้ผู้อ่านสามารถศึกษา เข้าถึง และทำความเข้าใจได้สะดวกรวดเร็ว ซึ่งหลักการเขียนที่ดีมีคุณภาพต้องมีองค์ประกอบในส่วนสำคัญ เบื้องต้นดังต่อไปนี้

ชื่อเรื่อง

การเขียนชื่อเรื่องจำเป็นจะต้องมีชื่อที่ กระชับ จับใจความได้ง่าย ไม่คลุมเครือ เห็นแล้วเข้าใจประเด็นได้ทันที ที่สำคัญต้องควรมีการบรรยายทั้งเวอร์ชั่นภาษาไทยและอังกฤษด้วย

ชี้ถึงวัตถุประสงค์การทำวิจัย

การกล่าวถึง เป้าหมายที่ต้องการก่อนจะเริ่มทำสารนิพนธ์นี้ และอธิบายเนื้อหาว่าจะนำไปสู่จุดประสงค์ใด

ความเป็นมารวมถึงความสำคัญของปัญหา

ชี้ให้ผู้อ่านเห็นถึงประเด็นคำถามหรือปัญหาที่เกิดขึ้น ก่อนจะเริ่มการศึกษาหาคำตอบ รวมถึงการเสนอแนวคิดและทฤษฎีเบื้องต้นที่จะนำมาใช้ตอบคำถามเหล่านั้น

ขอบเขตการวิจัย

อธิบายถึงงานวิจัยที่จะทำว่า ต้องการศึกษาเนื้อหาข้อมูลที่อยู่ภายในขอบเขตระดับไหน และต้องระบุเกณฑ์มาตรฐานขอบเขตจำนวนทั้งกลุ่ม, ประชากรตัวอย่างที่จะใช้ในการศึกษา รวมถึงเขตตัวแปรในการวิจัย ตัวแปรอิสระ และ ตัวแปรตาม

กรอบแนวคิดในการวิจัย

เป็นการอธิบายบอกกล่าวถึง เกณฑ์มาตรฐานการเขียนตัวแปรแต่ละตัวที่เลือกศึกษา ซึ่งมีพื้นฐานเชิงทฤษฎีอ้างอิงหรือยืนยันว่า เนื้อหานั้นมีความสัมพันธ์กับสิ่งที่ต้องการศึกษา มีเนื้อหาสาระที่ตรงจุดและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์การวิจัย

การเขียนปัญหาที่ต้องการทราบหรือต้องการตอบ

อธิบายถึงปัญหาที่ผู้วิจัยต้องการจะศึกษาหาคำตอบ มาอธิบายให้ผู้ศึกษารับทราบเพื่อให้ผู้ศึกษาได้แจ้งต่อข้อสงสัยได้อย่างตรงจุด

สมมติฐานการวิจัย

คือ เกณฑ์มาตรฐานของคำตอบที่จะใช้แก้ไขปัญหาการวิจัยซึ่งเป็นการคิดแบบคร่าว ๆ ล่วงหน้า หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นการคาดการณ์คำตอบ ว่าสิ่งที่วิจัยอาจจะต้องเป็นแบบนั้นหรืออย่างน้อยก็อาจจะมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ และยังต้องมีความสอดคล้องกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต้นกับตัวแปรตาม รวมถึงการมีหลักฐานเบื้องต้นและแนวคิดทฤษฎีมาอ้างอิงด้วย