เงิน หมายถึงอะไร?

เงิน เปรียบเสมือนปัจจัยส่วนหนึ่งในการดำรงชีวิต เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างสะดวกขึ้น โดยเงินมีหน้าที่เป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยน หรือใช้เพื่อเป็นตัวแทนมูลค่าของสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่า จะ รถ บ้าน สิ่งของเครื่องใช้ เสื้อผ้า อาหาร ที่ดิน หรืออื่น ๆ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ในการตีมูลค่าของบริการเพื่อความสะดวกต่อบุคคลได้ เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา บริการขนส่ง บริการทางการแพทย์บริการทำความสะอาด บริการซ่อมแซม บริการที่พักอาศัย บริการอาหาร เป็นต้น

ความสำคัญหรือประโยชน์ของเงิน

ด้วยเหตุที่เงินกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มนุษย์ไม่สามารถขาดได้ จึงจำเป็นต้องมีการผลิตเงินออกมาเพื่อให้สอดคล้องต่อสภาพเศรษฐกิจในสังคม เพื่อเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหล่อเลี้ยง องค์ประกอบของเศรษฐกิจ ทั้ง ผู้ประกอบการธุรกิจ และ ผู้บริโภค ให้สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ โดยความสำคัญของเงินต่อระบบเศรษฐกิจมีทั้งหมดด้วยกัน 4 ประการดังต่อไปนี้

1.ใช้เป็นมาตรฐานในการวัดมูลค่า

เพราะสินค้าต่าง ๆ รวมถึง การบริการ ล้วนเป็นสิ่งที่มีต้นทุนในการผลิตทั้งสิ้นแม้แต่แรงงานของมนุษย์ โดยเงินนั้นจะเป็นตัวประเมินมูลค่าต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ออกมาเป็นหน่วยเงินตรา อย่างเหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น ผลไม้หนึ่งลูกที่ได้จากการปลูกและการเก็บเกี่ยวจะตกลูกละประมาณ 5-10 บาท อาหารตามสั่ง 1 จานจะตกอยู่ 35- 40 บาท แต่หากเป็นอาหารที่อยู่ในภัตาคารจะมีราคาต่อจานสูงสุดถึงหลักพันเลยทีเดียว เพราะมีการใช้ต้นทุนการผลิตที่สูง ทั้งวัตถุดิบ ระดับคัดสรร และการใช้แรงงานโดยเชฟนักปรุงระดับมืออาชีพ เป็นต้น

2.สร้างความสะดวกต่อการแลกเปลี่ยน

เป็นเรื่องยากที่การจะนำสิ่งของมาแลกเปลี่ยนกันได้ตามความต้องการ เพราะสิ่งของบางอย่างอาจมีมูลค่าไม่เท่ากัน จึงอาจทำให้เกิดความไม่เท่าเทียมต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ซึ่งเงินจำเป็นต้องเข้ามาเป็นตัวกลาง จัดการปัญหาในจุดนี้ ที่จะทำให้การแลกเปลี่ยนในสังคมมีความสะดวกมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันมากขึ้นอีกด้วย

3.เป็นทรัพย์สินอันมีมูลค่า

เงินนั้นค่อนข้างมีสภาพความคล่องตัวสูง ผู้คนจึงมักเก็บไว้เป็นสมบัติ ในการหยิบมาใช้จ่ายในภายภาคหน้าได้ ซึ่งการเก็บเงินเป็นทรัพย์สมบัติที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด คือการฝากเงินไว้กับธนาคาร เพราะนอกจากความปลอดภัยของระบบป้องกัน อันมีประสิทธิภาพแล้ว ยังมีผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยให้กับผู้ฝากตามระยะเวลาที่กำหนดด้วย

4.ใช้ในการชำระหนี้สิน

รูปแบบการใช้หนี้ที่เป็นผลดีมากที่สุดกับเจ้าหนี้ คือการใช้จ่ายด้วยเงินเนื่องจากมีความสะดวกถูกต้อง และเหมาะสมต่อการชดใช้มากที่สุด ซึ่งดีกว่าการใช้หนี้ด้วยสิ่งของซึ่งอาจมีมูลค่าไม่ถึงตามจำนวนหนี้สินที่กำหนดไว้