data คือ

การดำเนินงานหรือการประกอบการธุรกิจใด ๆ ในทุกประเทศ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างที่อำนวยจัดการต่อวิถีชีวิต ของมนุษย์ในทุกเรื่อง การที่จะขับเคลื่อนให้ก้าวหน้าได้นั้นจำเป็นจะต้องอาศัยการเรียนรู้ ศึกษาและวิเคราะห์

แต่ทว่าในการจะเรียนรู้และวิเคราะห์ได้นั้น กระบวนการหัวใจหลักที่ต้องมีเป็นพื้นฐานนั่นก็คือ การมีข้อมูลที่มีประสิทธิภาพหรือ data ซึ่งข้อมูลนั้นจะถูกนำไปใช้ต่อยอดได้หลากหลายทิศทางหรือให้มุ่งสู่ผลลัพธ์ตามเป้าหมาย ซึ่งหากเป็นด้านการประกอบธุรกิจ ก็สามารถนำไปใช้ในเรื่องของการวางกลยุทธ์หรือการพิจารณาแต่งตั้งหน้าที่ รวมไปถึงการกำหนดอัตราเงินเดือนและการพิจารณาอนุมัติในทุกด้าน
ข้อมูลหรือ data หมายถึงอะไร

ข้อมูลก็คือเนื้อหาสาระที่เก็บรวบรวมมาจากข้อเท็จจริง ตามสิ่งที่ให้ความสนใจสามารถรวบรวมเก็บมาได้จากการค้นคว้าศึกษา หรือรวบรวมมาจากประสบการณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงการบันทึกรายละเอียดจากการพบเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ

โดยการบันทึกนั้นสามารถบันทึกได้ทั้งรูปภาพ หรือตัวอักษร หรือรหัสสัญลักษณ์ใด ๆ หรือตัวเลข บันทึกได้ทั้งเรื่องราวข้อมูลของ คน สัตว์ หรือสิ่งของ อย่างไรก็ตามข้อมูลนั้นจะถือว่ามีคุณภาพได้หรือไม่ จะต้องมีความถูกต้องแม่นยำ มีเหตุผล และมีข้อเท็จจริงหรือมีสิ่งอ้างอิงอันน่าเชื่อถือ

โดยประเภทของข้อมูลนั้นจะแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้แก่

1.ข้อมูลที่ได้จากการติดตามแหล่งที่มา

ซึ่งจะจำแนกย่อยได้อีกสองชนิดคือ ข้อมูลปฐมภูมิ หรือ primary data อันหมายถึงข้อมูลที่ได้มาจากผู้เก็บข้อมูลไปรวบรวมมาด้วยตัวเอง จากแหล่งข้อมูลต้นทาง อาทิเช่นการสำรวจ การติดตาม การสังเกตุ การทดลอง การทดสอบ หรือ การสัมภาษณ์

ข้อมูลทุติยภูมิ

ข้อมูลในลักษณะนี้ ผู้รวบรวมจะมีการจัดทำข้อมูลเอาไว้อย่างเป็นระบบ โดยที่ไม่จำเป็นจะต้องตามเก็บรวบรวมด้วยตนเอง อาทิเช่น สารานุกรม หรือข้อมูลรายงานประจำปี หรือข้อมูลจากระเบียนสะสม
ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเป็นการเก็บสะสมเอาไว้ตามระยะเวลา ซึ่งอาจจะไม่เท่าทันกับยุคสมัยในบางกรณี

2.ข้อมูลที่ได้จากการแบ่งประเภทตามลักษณะการเก็บข้อมูล

ซึ่งจำแนกย่อยได้สองประเภทคือ

ข้อมูลในเชิงปริมาณหรือ Quantitative data อันจะเป็นข้อมูลที่เน้นในเรื่องของการตรวจสอบวัดผลของปริมาณ เช่น การวัดผลคะแนน หรือการนับผลจำนวนวัตถุต่าง ๆ
ข้อมูลทุติยภูมิ ควรเป็นข้อมูลที่เกิดการสั่งสมไปตามระยะเวลา โดยที่ผู้จัดทำข้อมูลไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลเอง

3.ข้อมูลที่ได้จากการแบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูล

ซึ่งจำแนกย่อยได้อีกสองประเภท คือ เก็บข้อมูลเชิงปริมาณและข้อมูลในเชิงคุณภาพหรือเชิงคุณลักษณะ

อันจะเป็นข้อมูลที่บรรยายลักษณะของสิ่งต่าง ๆ เช่น ลักษณะทางเศรษฐกิจ ลักษณะทางเพศ ลักษณะทางสถานะของบุคคล ซึ่งจะบันทึกข้อมูลในรูปแบบของการบรรยาย
สรุปแล้วข้อมูลนั้นจำเป็นจะต้องมีการวางแผนเริ่มต้นที่ดี และแบ่งกำหนดรูปแบบให้ถูกต้องอ่านเข้าใจง่าย ข้อมูลที่ดีจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในด้านการติดต่อสื่อสาร รวมถึงการใช้ประโยชน์ในด้านการตัดสินใจ สามารถนำไปใช้ในการบริหารต่าง ๆ และยังนำไปใช้ประโยชน์ในด้านการเรียนการศึกษาได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่เรียนรู้ได้จาก หนังสือ หรือวิทยุโทรทัศน์ หรือคอมพิวเตอร์อินเตอร์เน็ต ก็สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ทั้งสิ้น