ธุรกิจขนาดย่อม คืออะไร ?

ธุรกิจขนาดย่อม คือการประกอบกิจการดำเนินธุรกิจ ภายใต้การดำเนินงานที่มีทุนหรือปัจจัยต่าง ๆ ที่จำกัด อาทิเช่น มีทุนสนับสนุนไม่มาก มีพนักงานและทรัพพยากรในจำนวนที่น้อย แต่การบริหารนั้นมีรูปแบบที่เป็นไปอย่างอิสระ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นกิจการของผู้ประกอบการ ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยการผลิตสินค้าและเริ่มต้นค้าขายในจำนวนน้อย ๆ ก่อน

ประเภทของธุรกิจขนาดย่อม มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ประเภทคือ

ธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายหรือค้าขาย

ส่วนใหญ่จะมีลักษณะการดำเนินธุรกิจแบบขายส่งกับขายปลีก ตัวอย่างเช่น ร้านอาหาร ร้านขายเครื่องดื่ม ร้านขายของชำ ร้านขายเสื้อผ้า หรือร้านโชว์ห่วย เป็นต้น

ธุรกิจเกี่ยวกับการให้บริการ

ธุรกิจที่ไม่ค่อยจะจำเป็นต้องใช้เงินลงทุน เพื่อการผลิตสินค้ามากเท่าไหร่ แต่เป็นงานที่ต้องอาศัยแรงงานกับทักษะฝีมือเป็นหลัก อาทิเช่น ธุรกิจร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านซักอบรีด ร้านนวด เป็นต้น

ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต

ธุรกิจที่ต้องพึ่งพาอาศัยต้นทุนเป็นหลัก เพราะต้องใช้เงินในการจ้างแรงงาน ซื้อทรัพยากรการผลิต หรือแม้แต่การขนส่ง นอกจากนี้ยังต้องอาศัยความรู้และความสามารถ โดยอาจได้มาจากการศึกษาหรือการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ เช่น การแปรรูป การถนอม หรืองานฝีมือต่าง ๆ เป็นต้น

แนวทางการดำเนินธุรกิจ

1.สิ่งแรกที่ต้องคำนึงคือ การบริหารจัดการด้านการเงินภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องมีการฝึกและพัฒนาตนเอง ตั้งแต่การบริหารต้นทุนการผลิตไปจนถึงต้นทุนการดำเนินงาน เพราะธุรกิจขนาดย่อม เจ้าของกิจการจะเป็นผู้บริหารด้วยตนเองทั้งหมด เพราะฉะนั้นจึงควรมีการจดบัญชีไว้ตั้งแต่ต้นเพื่อให้กำหนดทิศทางการดำเนินงานขององค์กรได้

2.มีการออกแบบหรือดำเนินแผนธุรกิจ ให้มีความยืดหยุ่นสามารถปรับรูปแบบการดำเนินการได้ทุกสถานการณ์ ยิ่งมีความความคล่องตัวมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น  ซึ่งข้อดีนั้นเพื่อให้กิจการกลับมาตั้งตัวได้ เมื่อเกิดความผิดพลาดแบบไม่ทันตั้งตัว หรือผลลัพธ์ไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้

3.รู้จักศึกษาและวางกลยุทธ์ ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถแข่งขันกับคู่แข่งต่าง ๆ ในตลาดเดียวกันได้ รวมถึงต้องคิดว่าจะทำแบบไหนให้กิจการ จึงจะเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจเริ่มต้นได้จากการมองหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ต้นทุนลดน้อยลง แต่สามารถสร้างกำไรได้เท่าเดิมหรือมากขึ้น

สรุป

ธุรกิจขนาดย่อมส่วนใหญ่จะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มต้น เพราะฉะนั้นบุคลากรภายในงานจึงมีไม่มาก เจ้าของกิจการจะเป็นผู้ลงมือดำเนินการเองเกือบทั้งหมด  โดยแม้ว่าธุรกิจแบบนี้นั้นจะใช้ต้นทุนและขั้นตอนการดำเนินงาน ไม่เยอะและซับซ้อนมากเหมือนธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ก็มีข้อเสียเรื่องคู่แข่งที่มีมากกว่า เพราะเป็นสิ่งที่ใครก็สามารถเริ่มต้นและตามทันได้รวดเร็ว รวมถึงด้วยปัจจัยที่มีเจ้าของกิจการบริหารงานเองเกือบทั้งหมด ย่อมส่งผลให้เกิดความผิดพลาดได้ง่ายกว่า เพราะฉะนั้นโอกาสความเจริญก้าวหน้าของธุรกิจ จึงขึ้นอยู่กับเจ้าของกิจการเองเกือบทั้งหมด