บุคคล หมายถึงอะไร ?

คำว่า บุคคล ตามการกล่าวถึงส่วนใหญ่ที่เราได้ยินนั้น หากคำนี้ถูกเข้าไปอยู่ในกระบวนการของกฏหมาย กรณีนี้ “บุคคล” จะหมายถึง มนุษย์อันมีสิทธิและหน้าที่โดยชอบธรรมตามกฎหมาย ซึ่งอาจไม่ได้หมายถึงเฉพาะสิ่งมีชีวิตหรือบุคคลธรรมดาเท่านั้น แต่กฎหมายยังให้การรับรองถึง กลุ่มคณะบุคคล ทรัพย์สินบางขนิดและกิจการ อันเป็นสิ่งที่กฎหมายได้รับรองแล้ว ซึ่งเราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่า นิติบุคคล

ความหมายของ บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล

กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ได้แบ่ง บุคคล ออกเป็น 2 ประเภท คือ บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล ซึ่งทั้ง 2 อย่างมีความหมายดังต่อไปนี้

  1. บุคคลธรรมดา เป็น คน หรือ มนุษย์ อันมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่ได้วางเอาไว้
  2. นิติบุคคล  เป็น บุคคล ที่กฎหมายได้สมมุติขึ้น เพื่อเป็นการรับรองให้บุคคลสมมุติ ได้มีสิทธิและหน้าที่ เหมือนกับ บุคคลธรรมดา โดย นิติบุคคล จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการอาศัยอำนาจของบทบัญญัติแห่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือ กฎหมายที่เป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 65 ซึ่งหน่วยงาน หรือ องค์กรใดก็ตามที่ไม่มีกฎหมายรองรับ จะไม่ถือเป็นผู้ทรงสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายอย่างถูกต้อง

ความสามารถ และ สิทธิหน้าที่ของผู้มีฐานะเป็น บุคคลธรรมดา

ความสามารถของบุคคล หมายถึง สภาพของบุคคลที่เกิดมาแล้วย่อมต้องได้รับสิทธิและมีหน้าที่ตามกฎหมายในทันที โดยบุคคลคนนั้นจะสามารถใช้สิทธิเท่าเทียมกันทุกคนตามมาตรฐานของประชากรได้ ไม่ว่าจะเกิดมามีฐานะใดก็ตาม ซึ่งความสามารถในการใช้สิทธิของบุคคลธรรมดาแม้จะมีพื้นฐานเหมือนกัน แต่ในบางกรณีก็มิอาจใช้สิทธิอย่างเท่าเทียมกันได้ เพราะบุคคลธรรมดาล้วนต้องมีความแตกต่างกันไปในด้าน ปัญญา สติสัมปชัญญะ หรือแม้แต่อายุ ซึ่งอาจถูกเอาเปรียบจากบุคคลที่สมบูรณ์กว่าได้
ด้วยเหตุนี้ กฎหมาย จึงต้องมีการวางระบบกลไกลที่ให้ความคุ้มครองบุคคลที่หย่อนความสามารถได้ ผ่านกฎหมายคุ้มครอง และจำกัดสิทธิความสามารถของบุคคล 4 ประเภทคือ คนไร้ความสามารถ
คนเสมือนไร้ความสามารถ ผู้เยาว์ และ บุคคลวิกลจริต ซึ่งถือเป็นคนที่ไม่มีความพร้อมต่อการใช้สติปัญญาเพื่อปกป้องตนเอง

ความสามารถ และ สิทธิหน้าที่ของผู้มีฐานะเป็น บุคคลธรรมดา ( กรณีนิติบุคคล )

นิติบุคคลจะมีความสามารถสำหรับการใช้สิทธิเท่ากับความสามารถในการมีสิทธิ หมายถึง นิติบุคคลสามารถใช้สิทธิที่ตนมีได้ ไม่เกินขอบวัตถุประสงค์ของนิติบุคคลเท่านั้น เพราะนิติบุคคลเป็นบุคคลที่กฎหมายสมมติขึ้น ให้มีสิทธิใช้เพื่อการประกอบกิจการ ตามวัตถุประสงค์ของนิติบุคคล จึงไม่สามารถนำสิทธิไปใช้ในแง่อื่น ๆ ได้

นิติบุคคลในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่

  1. ห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน
  2. ห้างหุ้นส่วนจำกัด
  3. บริษัทจำกัด
  4. มูลนิธิ
  5. สมาคม

สรุปแล้วความหมายของบุคคล จะมีลักษณะของการบ่งชี้ไปที่ตัวของประชากร ในกรณีที่เป็นบุคคลธรรมดา อันจะได้รับสิทธิต่าง ๆ ตามรูปแบบที่กฏหมายของประเทศนั้น ๆ ได้กำหนดเอาไว้ แต่หากเป็นกรณีที่เป็น นิติบุคคล นั้นจะหมายถึงสถานะสมมุติเพื่อได้รับผลจากกฏหมายอันนำไปใช้ประกอบกิจการต่าง ๆ อีกทั้งยังไม่จำกัดลักษณะไว้แต่เฉพาะ บุคคลเดียวเท่านั้น ยังกล่าวได้ถึงกลุ่มบุคคล รวมถึงยังกล่าวได้ถึง สินทรัพย์และโครงสร้างอื่น ๆ ได้อีกด้วยนั่นเอง