การขอลดหย่อนภาษีในพื้นที่ประสบอุทกภัย

ภัยพิบัติทางธรรมชาติถือเป็นภัยที่รับมือได้ยากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นไฟป่า แผ่นดินไหว พายุ หรือ น้ำท่วม รวมไปถึงคลื่นจากทะเล ซึ่งสิ่งที่ประเทศเราพบกันบ่อยมากที่สุด นั่นก็คือเหตุการณ์น้ำท่วมหรือที่เรียกว่า อุทกภัย ที่มักจะเอ่อล้นเข้ามาท่วมในพื้นที่ของชาวบ้าน ทำให้บ้านเรือนเสียหายรวมไปถึงพื้นที่เกษตรกรรมและอื่น ๆ อีกมากมาย และเรามักจะพบเห็นปัญหานี้ได้บ่อยครั้งในเกือบทุก ๆ ปี โดยบางปีก็หนักบางปีก็เบา

แต่ทุก ๆ ครั้งที่มีเหตุอุทกภัยเกิดขึ้น ทางรัฐบาลก็ไม่ละเลยในการเข้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย รวมถึงยังมีมาตรการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่อีกด้วย โดยเราจะนำข้อมูลมาตรการช่วยเหลือในปี 2560 ซึ่งเป็นปีที่มีเหตุอุทกภัยร้ายแรงรอบล่าสุด มาฝากให้คุณผู้อ่านได้ศึกษากัน

(ระยะเวลากรอบการช่วยเหลือระหว่าง 5 ก.ค. – 31 ธ.ค.2560)

ลดหย่อนซ่อมแซมบ้าน

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ สามารถใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี ในการนำเงินไปจ่ายซื้อวัสดุ รวมถึงใช้เป็นค่าซ่อมแซมตัวอาคาร อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ อาคารชุด ห้องชุด หรือสิ่งต่าง ๆ ที่มีอยู่ในเขตพื้นที่ของอาคาร รวมถึงทรัพย์สินที่ติดตั้งอยู่ภายใน โดยค่าซ่อมแซมต้องอยู่ในจำนวนที่มีการจ่ายจริง ไม่เกินหนึ่งแสนบาทถ้วน ภายในระยะเวลาตามที่รัฐบาลกำหนด โดยผู้ที่จะขอใช้สิทธิ์ต้องนำหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ที่ระบุได้ว่าบุคคลผู้นั้นเป็นเจ้าของและได้จ่ายเงินค่าซ่อมแซมจริง ไปยื่นให้กับทางผู้รับเรื่องด้วย

  • ค่าใช้จ่ายสำหรับการซ่อมแซมทรัพย์สิน อันมีการประกอบติดตั้งติดกับตัวอาคารหรือห้องชุด อาทิ ค่าซ่อมแซมเฟอร์นิเจอร์ built-in เป็นต้น
  • ค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมทรัพย์สิน ที่มีการประกอบติดตั้งติดอยู่ในเขตอาคาร
  • อาทิ ค่าวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซม กำแพง รั้ว ประตูรั้ว บ่อเลี้ยงปลา โรงรถ สระว่ายน้ำ ซึ่งนับรวมถึงค่าแรงช่างด้วย
  • ค่าใช้จ่ายการซ่อมแซมอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นอาคาร อาทิ ค่าสีทาบ้าน กระเบื้อง หลังคา ฝ้าเพดาน ค่าอิฐ ค่าปูน หรือวัสดุประกอบร่วมอื่น ๆ ที่ต้องใช้ในการซ่อมแซมอาคาร โดยนับรวมถึงค่าแรงช่างด้วย
  • ลดหย่อนค่าซ่อมแซมรถ

ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจนทำให้รถยนต์เกิดความเสียหาย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่ ที่ทางราชการประกาศให้เป็นเขตภัยพิบัติ สามารถขอลดหย่อนภาษีค่าซ่อมแซมรถได้ ในจำนวนสูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท โดยต้องมีการใช้จ่ายค่าซ่อมแซมภายในระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น ผู้เสียหายต้องนำหลักฐานเอกสาร ในการเป็นเจ้าของรถและค่าซ่อมแซม ไปยื่นให้กับทางผู้รับเรื่องด้วย โดยเอกสารหลักฐานทั้งหมดที่นำแจ้งจะต้องไม่ใช่หลักฐานเท็จ เพราะไม่เช่นนั้นอาจสุ่มเสี่ยง ต่อความผิดในภายหลังได้